คนขับแท็กซี่ : ชโลธร สัตบัน

เรื่องสั้น

เวลาประมาณตีหนึ่งเศษๆ การจราจรบนถนนราชดำเนินดูบางตา มีรถวิ่งอยู่บนถนนเพียงไม่กี่คัน ซี่งส่วนใหญ่จะเป็นรถแท็กซี่ที่ตระเวณหาลูกค้ามากกว่ารถยนต์ส่วนบุคคล นานๆทีจะมีรถโดยสารประจำทางผ่านมาสักคันหนึ่ง

รถแท็กซี่สีเหลืองคาดเขียวคันหนึ่งแล่นเข้ามาหน้าฟุตบาธแถวๆหน้ากรมสรรพากร คนขับยื่นมือออกไปรับเงินและรอจนกระทั่งผู้โดยสารของเขาลงจากรถเรียบร้อย จึงพาแท็กซี่คู่ชีพเคลื่อนตัวออกจาก บริเวณนั้นมุ่งหน้าไปทางอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แสงไฟสีส้มที่ให้ความสว่างแก่ถนนราชดำเนินในยามค่ำคืน ส่องแสงลอดผ่านกระจกเข้ามาภายในตัวรถ ทำให้มองเห็นว่าคนขับแท็กซี่เป็นชายวัยประมาณ 35 ปี รูปร่างท้วม ใบหน้ากลมป้อม เส้นผมตรงกลางกระหม่อมบางจนแลเห็นหนังศีรษะเป็นมันเงา ริมฝีปากด้านล่างบวมเจ่อและเบ้าตาด้านซ้ายมีรอยเขียวช้ำ

วันนี้เขาเริ่มขับรถตั้งแต่ตีห้า พึ่งจะหยุดพักเมื่อตอนสามทุ่มเพื่อกินข้าวเพียงครั้งเดียวที่ริมถนนเพชรบุรีแถวๆ หน้าโรงแรมสยามวันนี้ทั้งวันเข้าได้เงินพันกว่าบาท มันช่างดูน้อยนิดเสียเหลือเกินในความคิดของเขาเขาเหลือเวลาอีกเพียงแค่ 3 วันเท่านั้นที่ต้องหาเงินเจ็ดหมื่นกว่าบาทไปใช้หนี้เจ้ามือพนันฟุตบอล ซึ่งเรื่องนี้เองที่เป็นสาเหตุให้เกิดรอยฟกช้ำบนใบหน้าของเขา

เมื่อ 2 วันก่อน เขาแวะไปเจรจาประนอมหนี้กับเจ้ามือพนันย่านสุขุมวิท แต่สิ่งที่เขาได้รับกลับเป็นรอยฟกช้ำและคำขู่ เขารู้สึกโกรธและเกลียดตัวเองอย่างที่สุดที่ปล่อยให้ความโลภเข้าครอบงำ ยอมให้มันชักพาจนถลำลึกได้ขนาดนี้ ทั้งที่เขาหยุดเล่นการพนันทุกชนิดมาได้ตั้งนานแล้ว นับตั้งแต่ลูกชายคนแรกและคนเดียวของเขาถือกำเนิดขึ้น

มันเริ่มจากการเล่นเพื่อความสนุกสนาน เพื่อความตื่นเต้นในการเชียร์บอล เริ่มจากครั้งละร้อยสองร้อยซึ่งเขามักจะเป็นฝ่ายได้เสมอ จนทำให้เกิดความมั่นใจและย่ามใจว่าเป็นผู้ที่พยากรณ์ผลฟุตบอลได้แม่นยำ ส่งผลให้เขาเล่นเพิ่มขึ้นและเพิ่มขึ้น ยิ่งเจ้าของโต๊ะพนันให้เขาติดเงินที่เสียไว้ได้ยิ่งทำให้เขาเล่นหนักข้อขึ้นไปอีก เมฆหมอกแห่งความโลภบดบังแสงสว่างของเขาอย่างสิ้นเชิง จนทำให้ลืมกฎเกณฑ์เบื้องต้นของการพนันที่ว่า การพนันมีได้ย่อมมีเสียและโชคที่ได้มาในครั้งแรกๆมักจะไม่เกิดขึ้นกับคนผู้นั้นอีกเลย ตัวเขาเองก็ไม่อาจหนีกฎเกณฑ์ข้อนี้พ้น เขาเริ่มเสียมากขึ้นและมากขึ้นทุกที จนเจ้าของโต๊ะพนันไม่ยอมให้เขาติดอีกต่อไป

ก่อนหน้าที่เขาจะมีลูกชาย เขาเป็นคนชอบเล่นการพนันแบบสุดๆ ไม่ว่าจะเป็น รัมมี่ เก้าเก ป๊อกเด้ง ไฮโล ถั่วโป รวมไปถึงสนามม้าและมวย เงินทองที่หามาได้ละลายหายไปในวงพนันเกือบหมด จนต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาเพื่อจับจ่ายใช้สอย ทำให้มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับภรรยาอยู่บ่อยๆ หวุดหวิดจะเลิกกันหลายครั้ง แต่หลังจากที่เขาได้ลูกชาย เขารับรู้ได้ถึงความยิ่งใหญ่และภาคภูมิกับการที่ได้เป็นพ่อคน เขารู้ว่าไม่อาจจะทำตัวเหลวแหลกอย่างที่ผ่านๆมาได้อีกแล้ว เขามีภาระหน้าที่ที่จะต้องส่งเสียให้เจ้าหนูน้อยของเขามีอนาคตที่สดใส เขาจะต้องทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกชายได้เห็น

ลูกชายที่ถือกำเนิดขึ้นได้ให้ชีวิตใหม่แก่เขา เขาให้คำมั่นสัญญากับภรรยาว่าจะไม่หวนกลับไปหาการพนันอีก เขาเริ่มทำงานอย่างหนักจนสามารถเก็บเงินดาวส์รถออกมาขับเป็นแท็กซี่ได้สำเร็จ และใช้เวลาอีก 5 ปีต่อมาผ่อนรถหมดในที่สุด ชีวิตของเขากำลังเป็นไปด้วยดี ลูกชายที่เรียนอยู่ชั้นม.3ก็มีผลการเรียนที่น่าพอใจ เขากับภรรยากำลังช่วยกันรวบรวมเงินก้อนหนึ่งเพื่อดาวส์ทาวเฮ้าล์หลังเล็กๆสักหลัง เขาและภรรยาอยากให้ลูกชายได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น พ้นจากสภาพห้องเช่าแคบๆและชุมชนแออัด สิ่งที่เขาและภรรยากลัวที่สุดคือลูกชายจะไปมั่วสุมติดยากับพวกวัยรุ่นในระแวกนั้น

คืนนั้นเมื่อเขาพาร่างที่ยับเยินกลับมาถึงบ้าน เขาโกหกภรรยาไปว่า เขาวิ่งตามเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งที่ไม่ยอมจ่ายค่าโดยสารเข้าไปในแฟลตย่านดินแดง เลยถูกคนในนั้นรุมสกัมเอา เขารู้ดีว่าคำบอกเล่าของเขาฟังดูไม่ค่อยได้ความเท่าไรนัก แต่เขาก็ไม่รู้ว่าจะไปสรรหาคำแก้ตัวที่ดีกว่านี้ได้ที่ไหน เขาคงไม่อาจบอกภรรยาแบบหน้าชื่นตาบานว่าโดนเจ้ามือพนันฟุตบอลกระทืบมา เขาคงไม่อาจบอกภรรยาว่าต้องเอาเงินเก็บที่เตรียมไว้ดาวส์บ้านไปใช้หนี้พนันที่เขาก่อไว้เสียก่อน ส่วนเรื่องบ้านของเราคงต้องรอไปอีกสักพัก เขาไม่อาจเสี่ยงที่จะทำแบบนั้น ภรรยาของเขาอาจจะโมโหแบบสุดๆที่เขากลับไปเกี่ยวข้องกับการพนันอีกครั้ง มันอาจเลวร้ายถึงขั้นแยกทาง เขาไม่อยากให้ลูกชายรับรู้ในสิ่งที่เขาทำลงไป เขาทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีมาตลอดและอยากให้เป็นแบบนั้นตลอดไป

เมื่อวานนี้เขาใช้เวลาทั้งวันตระเวณตามบ้านเพื่อนฝูงเพื่อขอยืมเงิน แต่ก็ได้มาเพียงห้าพันกว่าบาท วันนี้เขาจึงตัดสินใจขับรถทั้งวันเพื่อให้ได้เงินมากที่สุด ทั้งๆที่รู้อยู่ว่าไม่มีทางหาเงินจำนวนมากขนาดนั้นได้ทันเวลา

เขาขับรถเลยอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยมาถึงด้านหน้ากองสลากฯ เลี้ยวซ้ายเข้าสี่แยกคอกวัวที่มีผู้คนเดินกันขวักไขว่บนฟุตบาธสองข้างทาง ซึ่งเต็มไปด้วยแสงไปหลากสีสันจากร้านอาหารกึ่งผับ

ผู้หญิงคนหนึ่งสวมเสื้อแขนกุดกับกางเกงขายาวรัดรูปสีดำ สะพายกระเป๋าหนังสีน้ำตาลที่ไหล่ขวากำลังโบกมือเรียกรถ เขาจึงนำรถเข้าไปจอดเทียบด้านข้าง ผู้หญิงคนนั้นเอื้อมมือมาเปิดประตูรถและชะโงกหน้าเข้ามาภายใน ทำให้เขามองเห็นใบหน้าที่ผุดผ่องแต่แดงระเรื่อเหมือนผลของลูกตำลึงสุก รวมทั้งลูกนัยย์ตาที่มีเส้นเลือดฝอยขึ้นประปราย บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเธอคงผ่านการดื่มมาไม่น้อย เขาคาดคะเนเอาจากรูปร่างหน้าตาอายุของเธอคงประมาณ 20 ต้นๆ แต่สิ่งที่สะดุดตามากที่สุดเห็นจะเป็นสร้อยคอและสร้อยข้อมือสีเหลืองอร่ามเปล่งประกายแวววาว เมื่อเธอเอ่ยบอกถึงสถานที่ที่จะไป เธอจัดได้ว่าเป็นผู้หญิงเสียงหวานคนหนึ่ง “ทุ่งสีกันค่ะ” เขาพยักหน้ารับ หญิงสาวจึงเดินไปขึ้นที่ด้านหลังของรถ

“ขอบคุณค่ะที่ยอมไปส่ง” หญิงสาวเอ่ย “เรียกมาหลายคันแล้วไม่มีใครยอมไปเลย”

“ไม่เป็นไรครับ มันเป็นอาชีพของผมอยู่แล้ว” คนขับหันกลับมาตอบพร้อมกับยิ้มให้ แล้วจึงพารถออกจากบริเวณนั้น

เขาขับรถแบบไม่มีสมาธิเท่าไรนัก สายตามักจะรอบชำเลืองไปที่กระจกมองหลังเพื่อดูผู้โดยสารของเขาบ่อยๆ โชคดีที่เป็นเวลากลางคืนซึ่งบนถนนไม่ค่อยจะมีรถบวกกับประสพการณ์การขับขี่มาเป็นเวลาหลายปี ทำให้เขาพาพาหนะคู่ชีพมาได้ตลอดรอดฝั่งโดยไม่เกิดการเฉี่ยวชน

กลุ่มเมฆหมอกแห่งความชั่วร้ายค่อยๆครอบงำเขาอย่างช้าๆ สร้อยคอและสร้อยข้อมือที่หญิงสาวสวมอยู่รบกวนจิตใจของเขาตลอดเวลา จากการประมาณด้วยสายตา สร้อยทั้งสองเส้นคงมีน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 6 บาท ถ้ามันตกเป็นของเขา ปัญหาในการใช้หนี้ก็จะง่ายขึ้น ภรรยาและลูกชายจะไม่มีทางรู้เลยว่าเขาเป็นหนี้การพนันจนล้นพ้นตัวและชีวิตของเขาก็จะปลอดภัยจากเจ้ามือพนัน

รถที่จอดติดไฟแดงบนถนนวิภาวดีฯตรงแยกที่จะเลี้ยวไปม.เกษตรฯ ทำให้เขาต้องหยุดความคิดคำนึงอย่างกะทันหัน รีบถอนเท้าจากคันเร่งมาเหยียบเบรกจนเกิดเสียงดังเอี๊ยดลั่นถนน โชคดีที่เขาใช้ความเร็วไม่สูงนักจึงสามารถบังคับรถให้หยุดก่อนที่จะชนท้ายรถคันหน้าได้ ผลจากการเบรกอย่างกระทันหันทำให้ผู้โดยสารที่กำลังนั่งสลึมสลือครึ่งหลับครึ่งตื่นโผเข้ามากระแทกเบาะด้านหน้าเข้าอย่างจัง

“ขอโทษครับ รถคันหน้ามันเบรกกะทันหัน” คนขับหันตัวกลับไปแก้ตัวกับผู้โดยสารสาวของเขา

“ไม่เป็นไร” หญิงสาวตอบเสียงห้วนๆแสดงถึงความไม่สบอารมณ์

ในขณะที่จอดรอสัญญาณไฟเขียว เขาใช้มือด้านขวาเข้าไปสำรวจมีดสปริงที่เก็บไว้ในช่องใส่ของด้านข้างประตูรถ เมื่อพบว่ามันยังอยู่ในที่ที่ควรอยู่จึงชักมือกลับออกมา เขาจะพกมีดสปริงความยาวขนาด 4 นิ้วไว้ติดตัวเสมอ เพื่อป้องกันตัวจากผู้โดยสารที่คิดจะฉกชิงทรัพย์สินของเขา

เมื่อสัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียว เขาเร่งเครื่องรถออกจากจุดที่จอดและปาดแทรงรถคันหน้าไปด้วยความเร็วสูง ทุกอย่างลงตัวที่สุดในความคิดของเขาท่าได้สร้อยทั้งสองเส้นมาอยู่ในครอบครอง และบางทีในกระเป๋าหนังสีน้ำตาลใบนั้นอาจจะมีเงินสดอยู่อีกจำนวนหนึ่ง เด็กสาวพวกนี้มักจะพกเงินกันคราวละมากๆอยู่แล้วเวลาออกมาเที่ยวกลางคืน

เขาขับรถมุ่งทะยานไปบนท้องถนนที่เปล่าเปลี่ยว ริมข้างทางมีสิ่งก่อสร้างสลับกับที่ดินว่างเปล่า บางที่สร้างเสร็จแล้วแต่ไม่มีคนอยู่ บางที่สร้างไว้แค่ครึ่งๆกลางๆ บางที่เพียงแค่ลงเสาเข็มไว้เท่านั้น เนื่องมาจากพิษเศรษฐกิจ เขาเหลือบสายตาขึ้นดูกระจกมองหลังเห็นหญิงสาวนั่งมองออกไปนอกตัวรถ แสดงให้เห็นว่าเธอเริ่มส่างจากอาการมึนเมาขึ้นมาบ้างแล้ว เขารู้สึกหัวเสียขึ้นมาทันทีกับการเบรกรถอย่างกระชากกระชั้นที่แยกไฟแดงเมื่อครู่นี้

รถแท็กซี่ชลอความเร็วลงก่อนที่จะถึงซอยที่อยู่ระหว่างตึกล้างสองแห่ง และหักเลี้ยวเข้าไปในซอยนั้นทันทีเมื่อมันผ่านมาถึง จากนั้นก็เร่งความเร็วผ่านตึกทั้งสองหลังนั้นไปบนถนนเบื้องหน้า ที่สองข้างทางมีต้นหญ้าขึ้นสูงมาถึงระดับเอว โดยมีแสงไฟจากหน้ารถเป็นเครื่องนำทาง

หญิงสาวรู้สึกตื่นตระหนกขึ้นมาทันทีที่รถเลี้ยวออกนอกเส้นทางโดยไม่บอกให้เลี้ยว อาการมึนเมาหายไปเกือบสิ้นเชิง

“เลี้ยวเข้ามาทำไม” หญิงสาวถามด้วยเสียงค่อนข้างดัง

ไม่มีเสียงตอบจากคนขับ รถยังคงวิ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วสม่ำเสมอ หญิงสาวเริ่มตระหนักถึงอันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้น เธอกอดกระเป๋าสะพายไว้แน่นเหมือนกับมันจะช่วยคุ้มกันเภทภัยให้เธอได้

“จอด จอดเดี๋ยวนี้นะ” เธอร้องเสียงดังลั่นรถ “จอด จอดให้ฉันลง จอด……. ช่วยด้วย ช่วยด้วยค่ะ ใครก็ได้ช่วยที”

เสียงร้องของหญิงสาวทำให้คนขับแท็กซี่เกิดอาการประหม่าขึ้นมาไม่ใช่น้อย เขาไม่ใช่มืออาชีพ เขาเพียงแค่อยากได้เงินไปใช้หนี้และมีชีวิตที่สงบสุขต่อไปเท่านั้น เขาไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับเสียงร้องของหญิงสาว เขาไม่รู้ว่าจะทำให้เธอเงียบได้อย่างไร สิ่งที่เขาคิดได้ในยามนี้คือพารถไปให้เร็วและลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครผ่านมาประสพเหตุเข้า

เมื่อเขาพารถมาจนสุดถนนลาดยางตะลุยผ่านเข้าไปบนถนนลูกรัง รถก็เกิดอาการสั่นสะเทือนขึ้นมาทั้งคัน เขาต้องผ่อนเท้าขึ้นจากคันเร่ง เพื่อควบคุมให้รถสามารถวิ่งไปบนถนนที่เต็มไปด้วยหินก้อนน้อยใหญ่ หลุมบ่อ และเส้นทางที่คับแคบจนเกือบจะพอดีกับตัวรถ

เขารู้สึกผิดสังเกตที่หญิงสาวเกิดเงียบเสียงขึ้นมาเฉยๆ จึงเหลือบสายตาไปที่กระจกมองหลัง แล้วสิ่งที่เขาไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เธอไม่ได้อยู่บนรถคันนี้แล้ว ประตูรถด้านขวาเปิดพเยิบพะยาบตามการเคลื่อนไหวของตัวรถ เขาถอนเท้าขึ้นมาจากคันเร่งกระทืบลงไปบนเบรกจนมิดแทบจะทันทีที่รู้ว่าผู้โดยสารของเขาได้อันตรธานหายไปจากรถแล้ว แม้ความเร็วรถจะไม่มากนัก แต่ด้วยอารามตกใจทำให้เขาไม่ได้เกร็งข้อมือในขณะที่เบรกรถอย่างแรง จึงทำให้หน้าอกไปปะทะเข้ากับพวงมาลัยอย่างจัง ความจุกแน่นจู่โจมอย่างเฉียบพลันจนต้องฟุบหน้าลงกับพวงมาลัยและกลั้นลมหายใจไว้ชั่วขณะ เพื่อผ่อนคลายความจุกแน่นที่หน้าอก

ท้องฟ้าปลอดโปร่งปราศจากก้อนเมฆ พระจันทร์ดวงกลมโตจึงสามารถส่องแสงสว่างไปได้ทั่ว ทำให้แลเห็นหญิงสาวนอนคว่ำหน้าอยู่ในพงหญ้าข้างทาง เมื่อรถชะลอความเร็วลงบนทางลูกรัง เธอตัดสินใจเปิดประตูและพุ่งออกมานอกตัวรถทันที ร่างกระทบกับพื้นถนนและกลิ้งไถลต่อเข้าไปในพงหญ้า

หญิงสาวต้องใช้ความพยายามอย่างมากกว่าจะลุกขึ้นยืนได้สำเร็จ ความเจ็บปวดแล่นไปทั่วร่าง แขนขาถลอกปอกเปิก เสื้อผ้าขาดเป็นริ้วรอยหลายแห่ง กระเป๋าสะพายตกอยู่ที่พื้นแต่หญิงสาวไม่สนใจที่จะหยิบมันขึ้นมา เมื่อเธอก้าวขึ้นมาบนถนนได้ก็เริ่มออกวิ่ง เธอวิ่ง วิ่ง และวิ่งไปเบื้องหน้า ย้อนไปตามเส้นทางที่เธอถูกพาเข้ามา เธอวิ่งอย่างสุดกำลังเท่าที่ขาเธอจะมี โดยไม่ยอมหันกลับไปมองด้านหลังเลย แต่เท้าเจ้ากรรมดันไปสะดุดเข้ากับหินก้อนหนึ่ง เป็นเหตุให้ร่างทั้งร่างคมำลงกับพื้นทันที เธอพยายามข่มความเจ็บปวดรวบรวมพลังทั้งหมดที่มีเพื่อจะลุกขึ้นยืนอีกครั้ง แต่ความเสียงแปลบที่เกิดขึ้นบริเวณหัวเข่าด้านขวาร้าวลงไปจนถึงข้อเท้า ทำให้เธอต้องทรุดตัวลงกับพื้นอีกครั้ง

“นั่งในรถดีๆไม่ชอบ แส่หาเรื่องเจ็บตัวดีนัก” เสียงที่ดังมาจากด้านหลังทำให้หญิงสาวต้องพลิกตัวกลับไปมอง แล้วเธอก็ชะงักนิ่งค้างจนลืมหายใจไปชั่วขณะ ร่างที่สูงตระหง่านของชายคนขับแท็กซี่ยืนค้ำอยู่เบื้องหน้า ฝ่ามือซ้ายของเขาวางไว้แนบหน้าอก ส่วนมือขวาจ่อใบมีดที่แลเห็นเป็นมันปราบเมื่อต้องเข้ากับแสงจันทร์ออกมาเบื้องหน้า เธอเห็นเขาหายใจหอบหนักจนตัวไหวขึ้นลงราวกับวิ่งมาเป็นระยะทางไกล

“อย่าทำอะไรฉันเลยนะ” หญิงสาวส่งเสียงวิงวอน พลางใช้สองมือยันพื้นกระเถิบตัวออกไปด้านหลัง

“เอาสร้อยมาให้กูเสียดีๆ” คนขับแท็กซี่ตะคอกออกไป

“อย่าทำอะไรฉันเลยนะ” หญิงสาวยังส่งเสียงวิงวอนพร้อมกับขยับตัวให้ห่างออกไปอีก

“จะถอยหนีไปไหนอีก” เขาตะคอกพร้อมกับขยับตัวเข้าหาหญิงสาว “อยากตายอยู่ตรงนี้หรือไง”

สิ้นเสียงพูดก้อนหินขนาดเท่ากำปั้นก็ลอยออกมาจากมือของหญิงสาว เข้ามากระทบเข้ากับใบหน้าของเขาอย่างจัง โอ๊ย! คนขับแท็กซี่ร้องออกมาสุดเสียง ปล่อยมีดหลุดออกจากมือและยกสองมือขึ้นกุมหน้าผากเหนือคิ้วด้านขวาที่มีเลือดสีแดงไหลรินออกมา

หญิงสาวอาศัยช่วงจังหวะนั้นพลิกตัวและคลานหนีเข้าไปในพงหญ้าข้างทาง เธอพยายามกระเสือกกระสนตัวให้ไปได้ไกลที่สุด แต่เธอก็ไม่สามารถไปได้ไกลอย่างที่ใจต้องการ อาการบาดเจ็บที่ขาหนักหนามากกว่าที่คิด ทุกครั้งที่เคลื่อนตัวมันปวดร้าวเข้าไปถึงขั้วหัวใจ เธอจึงต้องหยุดการเคลื่อนไหวและหมอบตัวลงให้แนบกับพื้นหญ้ามากที่สุด

เธออยากให้เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นแค่ความฝัน และจบสิ้นลงเมื่อเธอลืมตาตื่นขึ้นมาในตอนเช้า แต่ความเจ็บแสบที่ได้รับจากการบาดของคมหญ้าและบาดแผลเมื่อตอนที่พุ่งตัวออกมาจากรถ ย้ำเตือนได้เป็นอย่างดีว่าเธอกำลังอยู่ในโลกของความจริง เมื่อมีลมกัน โชกมาวูบหนึ่งจนต้นหญ้าพลิ้วไหวไปทั่ว เธอก็เริ่มหลั่งน้ำตาออกมา

เสียงแหวกหญ้าที่ดังสวบๆ และเสียงสบถด่า “อีเวรมึงกล้าเอาหินปาหน้ากูเชียวหรือวะ มึงแอบอยู่ที่ไหนออกมาหากูเสียดีๆ เร็วๆออกมาเดี๋ยวนี้อย่าให้กูต้องโมโหไปมากกว่านี้นะมึง เร็วเข้ากูบอกให้มึงรีบออกมาได้ยินไหม ถ้ากูหาเจอเองล่ะก็จะเชือดให้คอหอยปลิ้นเลย” หญิงสาวกลัวจนฟันกระทบกันเสียงดังกึกๆ ตัวสั่นเทาเหมือนนกน้อยที่ถูกเม็ดฝนสาดใส่ เธออยากจะกรีดร้องออกมาให้สุดเสียง อยากตะโกนร้องให้คนช่วย แต่ก็รู้ดีว่ามันไม่มีประโยชน์ซ้ำร้ายจะเป็นโทษเสียมากกว่า หญิงสาวทำได้แค่เพียงอ้อนวอนคุณพระคุณเจ้าและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ช่วยคุ้มครองตัวเธอให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากผีห่าซาตานตนนี้เท่านั้นเอง

หญิงสาวใจชื้นขึ้นมาเมื่อรอบๆตัวเธอมีแต่ความเงียบ เสียงย่ำเท้าและเสียงสบถด่าหายไปแล้ว สิ่งศักดิ์สิทธิ์คงช่วยคุ้มครองเธอตามคำอธิฐาน เธอคิดว่ามันคงเลิกค้นหาและกลับขึ้นรถไปแล้ว เธอเงี่ยหูฟังเสียงเครื่องยนต์อย่างมีความหวัง ความหวังที่ฝันร้ายของเธอจะสิ้นสุดเสียที

วี้ด! หญิงสาวร้องออกมาสุดเสียง เมื่อรู้สึกว่าเส้นผมของตัวเองถูกจิกกระชากอย่างแรงจนเจ็บแปลบไปทั่วหนังศีรษะ เธอต้องฝืนทนความเจ็บที่ขาและลุกขึ้นยืนตามแรงกระชากนั้น วงแขนด้านหนึ่งล็อกเข้ามาจากทางด้านหลังที่บริเวณหน้าอก เธอพยายามดิ้นรนสุดชีวิตเพื่อให้หลุดพ้นจากอ้อมกอดของปีศาจร้าย แต่วงแขนข้างนั้นเหมือนคีมเหล็ก เธอยิ่งดิ้นมันก็ยิ่งรัดแน่นขึ้น หญิงสาวจึงตัดสินใจใช้แขนทั้งสองข้างของตัวเองดันวงแขนนั้นขึ้นอย่างสุดแรงและใช้ฟันกัดเข้าไปที่เนื้อทันที เธอกัด กัดอย่างสุดแรงเกิดจนรับรู้ได้ถึงรส ชาดของเลือดที่ฝาดลิ้น การกัดของเธอเป็นผล เธอได้ยินเสียงมันร้องลั่นจนแสบแก้วหู พร้อมๆกับความเสียงแปลบที่เกิดขึ้นบริเวณหน้าท้องของเธอ หนึ่งครั้ง สองครั้ง สามครั้ง……….

คนขับแท็กซี่กระหน่ำมีดลงไปบนหน้าท้องของหญิงสาวอย่างไม่ยั้ง จนกระทั่งเธอคลายจากการกัดและล่วงหลุดออกจากวงแขนของเขาลงไปกองกับพื้น

เขาเหลียวมองไปรอบๆตัวก่อนที่จะคุกเข่าลงกับพื้น พลิกร่างที่ไร้วิญญาณของหญิงสาวให้หงายขึ้น เขาเห็นดวงตาของเธอเบิกโพลงและเลือดที่ไหลทะลักออกมาจนชุ่มโชกส่งกลิ่นคาวคลุ้ง ทำเอาเขาถึงกลับต้องเบือนหน้าหนีแทบจะสำลอกของเก่าที่กินเข้าไปเมื่อตอนเย็นออกมา เขารีบกระชากสร้อยคอและสร้อยข้อมือออกจากร่างของหญิงสาวโดยพยายามละสายตาจากร่างนั้นมากที่สุด เมื่อได้สร้อยมาแล้วก็ลุกขึ้นยืนและสาวเท้าฝ่ากอหญ้าออกไปทันที

สายลมเริ่มโบกแรงจนต้นหญ้าพลิ้วไหวไม่หยุด และมันยังพัดพาเอาเมฆก้อนเล็กๆมาจนเต็มท้องฟ้าที่สุกสว่างไปด้วยแสงจันทร์ เขาเปิดประตูเข้าไปในรถ เก็บสร้อยทองและมีดสปริงที่หดใบมีดเข้าที่เรียบร้อยแล้วไว้ในช่องเก็บของด้านข้างประตูรถ เขาใช้มือข้างหนึ่งขึ้นปาดเลือดที่ไหลอาบอยู่บนใบหน้า

เขาไม่คิดเลยว่าเหตุการณ์จะออกมาเลวร้ายได้ขนาดนี้และรู้สึกตื่นตระหนกไม่น้อยกับการตายของหญิงสาว เขาไม่มีเจตนาจะฆ่าเธอ เขาอยากได้เพียงแค่สร้อยทองเท่านั้น เขาพยายามทำใจให้เข้มแข็งและปลอบใจตัวเองว่า ผู้หญิงคนนั้นตายไปแล้วไม่มีทางที่จะลุกขึ้นมากล่าวโทษเขาได้ เขาต้องมีชีวิตที่ปกติสุขเหมือนอย่างเดิม เขาจะเป็นสามีที่ดี เขาจะเป็นพ่อที่ดี

เมฆก้อนเล็กๆที่ถูกกระแสลมพัดมาค่อยๆรวมตัวกันหนาขึ้นและหนาขึ้น ในที่สุดก็บดบังแสงสว่างของดวงจันทร์จนมืดมิดไม่ต่างไปจากคืนข้างแรม เสียงเครื่องยนต์ของรถแท็กซี่คลางกระหึ่มขึ้นมาทำลายความเงียบที่โอบล้อมมันไว้แล้วมันก็พุ่งทะยานฝ่าความมืดมดออกไปเบื้องหน้า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *