พท.โวยห้ามส.ส.ฝ่ายค้านพ่นยาฆ่าโควิด แต่ซีกรัฐบาลทำโจ๋งครึ่ม

“เพื่อไทย”โวย สธ.-กทม. ตอบให้ชัดฉีดพ่นฆ่าเชื้อโควิด-19ให้ชาวบ้านได้หรือไม่ จวกห้ามส.ส.ฝ่ายค้าน แต่กลับปล่อยส.ส.รัฐบาลทำได้

เมื่อวันที่ 31 มี.ค. นายวิชาญ มีนชัยนันท์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงสถานการณ์โควิด-19ในกรุงเทพฯ ว่า ขณะนี้ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองใดต่างพยายามช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในทุกรูปแบบ แต่สัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่า กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร มีประกาศห้ามฉีดละอองพ่นยาป้องกันเชื้อโควิด เนื่องจากเกรงว่าน้ำยาไม่ได้มาตรฐาน และจะทำให้เกิดการฟุ้งกระจาย อาจเป็นอันตรายต่อชุมชนหมู่บ้านได้ ซึ่งได้แจ้งให้งดการฉีดพ่นละอองตามชุมชนต่างๆ แล้ว ทั้งนี้ อยากให้กรุงเทพมหานครตอบให้ชัดว่า ตกลงแล้วอาสาสมัครทุกภาคส่วนจะสามารถพ่นละอองฆ่าเชื้อโควิดได้หรือไม่ และการพ่นดังกล่าวตามคำแจ้งเตือนจะส่งผลให้เชื้อโรคฟุ้งกระจายหรือไม่ ถ้าใช่ต้องออกประกาศห้ามให้ชัดเจนทั้งหมู่บ้าน ชุมชน หรือที่สาธารณะ ต้องอธิบายให้ชัด อย่างไรก็ตาม วันนี้ตนจะทำหนังสือสอบถามไปยังรมว.สาธารณสุขและผู้ว่าฯ กทม.ว่า สรุปแล้วฉีดได้หรือไม่ จะได้เป็นบรรทัดฐานต่อไป เนื่องจากขณะนี้มีนักการเมืองซีกรัฐบาลหลายพื้นที่ออกพ่นยาฆ่าเชื้อโควิด แต่พอซีกฝ่ายค้านทำกลับต้องขออนุญาต

นาทีล่าจับตัว นช.แสบ เผยขาใหญ่เรียกประชุม ลงมติ “แหกคุกบุรีรัมย์”

ล่าไม่ลดละ นช.หนึ่งเดียวที่หนีไป

ปฏิบัติการตามจับนักโทษแหกคุกบุรีรัมย์ เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 31 มี.ค.63 เจ้าหน้าที่นำโดย พ.ต.อ.อัษฎไนย ป้องกัน ผกก.สภ.คูเมือง จ.บุรีรีมย์ พ.ต.ท.มานิตย์ สร้อยจิตร รอง ผกก.ป.ฯหัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ พ.ต.ท.ภานุวัฒน์ มากมูล รอง ผกก.สส.สภ.เมืองบุรีรัมย์ ร.ต.อ.สุวัฒน์ นามมงคล สว.กก.สส.1 บก.สส.ภ.3 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชป.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์ ,สภ.คูเมือง ,สภ.เมืองบุรีรัมย์, กก.สส.1 บก.สส.ภ.3 ,กก.สส.ภ.จว.บุรีรัมย์ และฝ่ายปกครอง อ.คูเมือง สนธิกำลังร่วมกันติดตามไล่ล่าจับกุม นักโทษชาย ธัณยพงศ์ สินพูน ซึ่งเป็น 1 ในจำนวนผู้ต้องขังที่ร่วมกันก่อเหตุจลาจล เผาเรือนจำ และหลบหนีออกจากเรือนจำ เมื่อช่วงสายของวันที่ 29 มี.ค.63

หนีกล้บบ้านที่ “คูเมือง”

ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ติดตามจับกุมตัวนักโทษชายที่ร่วมกันก่อเหตุ และหลบหนีออกจากเรือนจำได้ทั้งหมดแล้ว เหลือเพียง นักโทษชาย ธันยะพงศ์ สินพูน อายุ 26 ปี ชาวบ้านโนนเมือง ต.พรสำราญ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ยังคงหลบหนีอยู่ โดยเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนติดตามเรื่อยมาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งช่วงสายของวันที่ 30 มี.ค.63 ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าพบบุคคลต้องสงสัยคล้ายกับ นักโทษชาย ธันยะพงศ์ ที่ยังหลบหนีการจับกุมไปได้ มาอยู่แถวบริเวณป่าใกล้กับลำคลองคูเมืองโบราณของหมู่บ้านโนนเมือง ซึ่งเป็นบ้านเกิดของนักโทษชาย ธันยะพงศ์ ชุดจับกุมจึงได้จัดกำลังปูพรมค้นหา กระทั่งพบรถจักรยานยนต์ และเสื้อผ้าที่ นักโทษชาย ธันยะพงศ์ ได้ขโมยมาจากหอพักใกล้กับเรือนจำบุรีรัมย์ ขณะหลบหนีถอดทิ้งไว้

มีคนแจ้ง พบ “ชายหนุ่มถอดเสื้อสักยันต์”
ชุดจับกุมจึงได้วางกำลังดักรอบหมู่บ้านโนนเมือง และหมู่บ้านใกล้เคียง รวมถึงจัดชุดเดินเท้าสำรวจตามหมู่บ้าน ป่า ทุ่งนา และไร่อ้อยในพื้นที่บริเวณดังกล่าว แต่ก็ยังไม่พบวี่แววของ นักโทษชาย ธันยะพงศ์ กระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 01.00 น.วันที่ 31 มี.ค.63 ชุดจับกุมสืบทราบว่าได้พบบุคคลต้องสงสัยคล้ายกับ นักโทษชาย ธันยะพงศ์ ในสภาพไม่สวมเสื้อ ลายสักเต็มตัว นุ่งกางเกงขาสั้น ได้เดินเท้ามาอยู่ในละแวกบ้านผักกาดหญ้า ต.พรสำราญ อ.คูเมือง ซึ่งอยู่ติดถนนสายบุรีรัมย์-พุทไธสง และอยู่ห่างจากจุดที่ นักโทษชาย ธันยะพงศ์ จอดรถจักรยานยนต์ ถอดเสื้อผ้าทิ้งไว้ประมาณ 3 กิโลเมตร ชุดจับกุมจึงได้ปูพรมค้นหาอย่างไม่ลดละท่ามกลางความมืด

จับง่ายเกินคาด คุมตัวได้โดยละม่อม

กระทั่งพบตัว นักโทษชาย ธันยะพงศ์ แอบซุกซ่อนตัวอยู่ข้างพุ่มไม้ข้างถนนสายบุรีรัมย์-พุทไธสง ช่วงบ้านผักกาดหญ้า ต.พรสำราญ อ.คูเมือง ในสภาพอิดโรย จึงเข้าทำการควบคุมตัวได้โดยโยละม่อมก่อนนำตัวมาทำการสอบสวน และควบคุมตัวไว้ที่ห้องขังของ สภ.คูเมือง เพื่อเตรียมนำตัวส่งเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ต่อไป

เผยนาทีแหกคุก ตัดลูกกรงห้องเยี่ยมญาติ

สอบสวน นักโทษชาย ธันยะพงศ์ ให้การยอมรับสารภาพว่า วันเกิดเหตุตนเองพร้อมกลุ่มนักโทษ ได้ทำการทุบกำแพงพร้อมตัดกรงเหล็ก ออกมาจากบริเวณช่องทางเยี่ยมญาติของเรือนจำบุรีรัมย์ แล้วพากันวิ่งหลบหนีข้างกำแพงเรือนจำ วิ่งอ้อมไปทางด้านหลังเรือนจำ พอไปถึงโรงแรมหรือหอพักได้พากันเข้าไปขโมยเสื้อผ้า และรถจักรยานยนต์ขับหลบหนี โดยได้แยกย้ายกันหลบหนี

วิ่งตกบ่อระเบิดหิน เลยซ่อนตัวถึงเที่ยงคืน

ระหว่างนั้นได้วิ่งตกลงไปในบ่อระเบิดหิน และได้หลบซ่อนตัวอยู่ในระเบิดหิน กระทั่งเวลาประมาณเที่ยงคืน ตนจึงได้ปีนขึ้นมาจากบ่อระเบิดหิน แล้วไปเอารถจักรยานยนต์ที่จอดทิ้งไว้บริเวณหอพักของน้องสาว ที่หมู่บ้านโคกเขา ต.เสม็ด อ.เมืองบุรีรัมย์ ที่ตนได้ฝากไว้ก่อนถูกจับกุม แล้วขับหลบหนีมุ่งหน้ามาที่หมู่บ้านโนนเมือง ซึ่งเป็นบ้านเกิด โดยได้ซุกซ่อนตัวอยู่ในป่า กระทั่งช่วงสายทราบว่าได้มีตำรวจมาติดตามจับกุมตัว จึงได้จอดรถจักรยานยนต์ทิ้งไว้ และถอดเสื้อผ้าทิ้งไว้ ก่อนจะเดินหลบหนีและซุกซ่อนตัวอยู่ตามป่า และทุ่งนาเรื่อยมา จนถึงหมู่บ้านผักกาดหญ้า และมาถูกจับกุมตัวได้

เผยขาใหญ่เรียกประชุม ลงมติแหกคุก

นักโทษชาย ธันยะพงศ์ บอกด้วยว่าเหตุการณ์จลาจลครั้งนี้ ตนทราบเพียงว่าก่อนหน้านี้ได้มีขาใหญ่ในเรือนจำ ได้เรียกตัวพ่อบ้านของแต่ละบ้าน คือขาใหญ่ของนักโทษแต่ละอำเภอ ไปพูดพูดคุยกันว่าจะทำการแหกคุกในวันที่ 29 มี.ค.63 โดยในระหว่างที่ตนกำลังนั่งกินข้าวต้มอยู่ ได้เห็นเพื่อนนักโทษลุกฮือก่อเหตุจลาจล ตนจึงได้ไปร่วมกับเพื่อนนักโทษช่วยกันทุบทำลายกำแพงประตู และตัดกรงเหล็กแล้วทำการหลบหนี

เพิ่งพ้นโทษ-ถูกจับอีกพร้อมแฟน ทำร้าย ตร.เจ็บ 3 นาย

สำหรับ นักโทษชาย ธันยะพงศ์ ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชป.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์ จับกุมตัวได้พร้อมกับแฟนสาว ที่หมู่บ้านโคกเพชร ต.พรสำราญ อ.คูเมือง ได้พร้อมของกลางยาบ้า 1,000 กว่าเม็ด ยาไอซ์จำนวนหนึ่ง อาวุธปืนพกสั้นขนาด .357 จำนวน 1 กระบอก และเครื่องกระสุนปืนอีกกว่า 100 นัด โดยขณะทำการจับกุม นักโทษชาย ธันยะพงศ์ ได้ทำการต่อสู้ขัดขวางเจ้าหน้าที่ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุด ชป.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์ ได้รับบาดเจ็บถึง 3 นาย นอกจากนี้ นักโทษชาย ธันยะพงศ์ ยังเคยต้องโทษในคดียาเสพติดมาแล้ว และเพิ่งพ้นโทษมาได้เมื่อประมาณต้นเดือนมกราคม 2563 ที่ผ่านมา ก่อนจะถูกจับกุมอีกครั้ง.