PM DECLARES STATE OF EMERGENCY

Prime Minister Prayut Chan-o-cha today (March 24) declared a state of emergency to contain the escalating Covid-19 pandemic.

The decree takes effect on March 26. The premier said the decree would be enforced for one month.

The Cabinet today approved the emergency decree on public administration in an emergency situation.

The existing Covid-19 centre will be upgraded to the centre of state emergency to tackle all Covid-19 issues. Committees will be set up under the centre to monitor results of its announcements.

On March 26, the centre will announce the government’s plan to contain the outbreak and enforce regulations. Stricter measures will be imposed if the situation does not improve, the premier added.

Whether the government would order the closures of more public venues would depend on the situation at the time.

The government spokeswoman Narumon Pinyosinwat said that the curfew issue was not discussed at the cabinet meeting today.

Three Covid-19 patients died on Monday while 106 new cases were confirmed, taking Thailand’s total cases past 800, Dr Taweesin Visanuyothin, spokesman for the Public Health Ministry, said on Tuesday (March 24).

พระนางมาร์กาเรตาแห่งโรมาเนีย เปิดปราสาทเปเลส เป็นพื้นที่กักตัวช่วงโควิด19 ระบาด

ราชวงศ์โรมาเนีย เปิดปราสาทเปเลส ส่วนหนึ่งของพระราชวังและเป็นปราสาทที่สวยที่สุดอีกแห่งในยุโรป ให้เป็นพื้นที่กักตัวในช่วงไวรัสโควิด19 ระบาด ขณะจำนวนผู้ต้องรับการกักตัวยอดรวมมีหลายหมื่นคน

ระนางมาร์กาเรตา ผู้พิทักษ์พระราชบัลลังก์โรมาเนีย และเหล่าพระบรมวงศ์ ทรงเปิดพื้นที่ส่วนใหญ่ของปราสาทเปเลส ให้เป็นสถานที่กักตัวของผู้ติดเชื้อโควิด19 ในโรมาเนีย ด้วยจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มทวีคูณจากไม่ถึง 300 ราย เป็นกว่า 400 รายในเวลาเพียงไม่กี่วัน และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 7 คน ขณะที่กว่า 3,500 คน ต้องกักตัวกับทางการ และอีกกว่า 26,500 คน ต้องกักตัวอยู่ที่บ้านและยังต้องรับการดูแลจากแพทย์ (จากรายงานข้อมูลเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2563)

นั่นเป็นสาเหตุให้ พระนางมาร์กาเรตา และเหล่าพระบรมวงศ์ ตัดสินพระทัยเปิดพื้นที่ส่วนหนึ่งของพระราชวัง ในส่วนของโรงแรมและวิลล่าของปราสาทเปเลส ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นปราสาทที่สวยงามโดดเด่นที่สุดอีกแห่งหนึ่งของยุโรปตะวันออก ดัดแปลงให้เป็นสถานที่กักตัวในช่วงที่ไวรัสโควิด19 กำลังระบาด โดยไม่คิดค่าบริการใดใด และได้รับความเห็นชอบจากสภาแห่งชาติเนื่องในสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นอกจากโครงการในช่วงโควิด19 ระบาดนี้แล้ว ก่อนหน้านี้ พระนางมาร์กาเรตา ยังทรงก่อตั้งโครงการสายด่วนสุขภาพผู้สูงวัยในโรมาเนียตลอด 24 ชั่วโมง และด้วยใส่พระทัยห่วงใยต่อสุขอนามัยของราษฎร ส่งผลให้เมื่อปีที่แล้ว ทรงได้รับเสียงโหวตท่วมท้นให้เป็นประธานสภากาชาดโรมาเนียอีกสมัยแบบที่ไม่มีเสียงค้านเลยแม้แต่เสียงเดียว

เลขาสภาฯ เผย ข้าราชการเริ่มทำงานที่บ้านตั้งแต่ 25มี.ค.นี้ ช่วงเวลาทำงานเริ่ม 08.30 น. ถึง 16.30 น.

นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า สภาผู้แทนราษฎรร่วมปฏิบัติตามมาตรการลดการแพร่ระบาดไวรัสโคโรน่าหรือโควิด 19 โดยจะเริ่มตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (25 มี.ค.)-24เม.ย. ให้ข้าราชการสภาผู้แทนราษฎร ร้อยละ 50 จากจำนวน 2,200 คน ทำงานที่บ้านหรือ work from home และสัปดาห์หน้าจะเพิ่มเป็นร้อยละ 60 0ยกเว้นระดับผู้อำนวยการขึ้นไปจะต้องมาทำงานที่รัฐสภาตามปกติ ซึ่งได้มีการพัฒนาแอพพลิเคชั่นให้ ข้าราชการดังกล่าวลงเวลาเข้าทำงานในช่วงเวลา 07:30-08.30 น. และลงเวลาเลิกงาน 16.30-18.00 น. ซึ่งในช่วงเวลางาน 8:30 น.ถึง 16:30 น จะต้องอยู่บ้านปฏิบัติงาน หากจะออกไปธุระด้านนอกหรือออกไปไหนจะต้องลางาน หากไม่ปฏิบัติตามถือว่ามีความผิด มีโทษทางวินัย เพราะแม้ว่าจะทำงานที่บ้านก็จะต้องให้ได้ประสิทธิภาพโดยจะมีการประเมินผลการทำงานด้วย ส่วนงานที่ยังคงต้องมาปฏิบัติหน้าที่ที่รัฐสภา ก็จะให้มีการสลับคน สลับเวลา เช่นงานด้านการรักษาความปลอดภัย งาน ของสถานีโทรทัศน์รัฐสภา และยังสั่งให้เตรียมความพร้อมกรณีที่หากมีการประกาศเคอร์ฟิว ว่าอาจจะต้อง นอนที่สถานี หรือที่สภา ซึ่งยืนยันสภาพร้อมสนับสนุนทุกสถานการณ์

ขณะเดียวกัน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ขณะนี้ยังมีข้าราชการสภาที่ เป็นกลุ่มเสี่ยงและให้กักตัวเองโดยไม่ต้องมาทำงาน คือกลุ่มที่บิดาไปดูมวยที่สนามมวย ซึ่งมารดาและน้องชายติดเชื้อโควิด19 แล้วทำงานอยู่ในห้องสมุด จึงต้องให้เจ้าหน้าที่ในห้องสมุดสภาทั่ง6คน กักตัวเอง14วัน และให้ลง ทะเบียนทำงานอยู่ที่บ้าน พร้อมกำชับว่าห้ามออกไปไหน ซึ่งนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ย้ำในส่วนนี้ และขอให้ปฏิบัติตามนโยบายอย่างเคร่งครัด รวมทั้งทีมงานเจ้าหน้าที่อยู่หน้าห้อง นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง ก็ให้กักตัวเองเช่นกันหลังจากที่นายศุภชัย กักตัวเองเป็นเวลา 14 วัน.

ผู้ว่าฯกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยทีมต้านโควิด-19 ลงพื้นที่ตลาดสด สร้างการรับรู้แก่ประชาชน

นายชัยธวัช เนียมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ นางนงค์นิตย์ เนียมศิริ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ คณะกรรมการเหล่ากาชาด นายสนั่น พงษ์อักษร นายจารึก เหล่าประเสริฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ นายธวัชชัย รอดงาม ปลัดจังหวัดกาฬสินธุ์ นายคณิต คงช่วย หัวหน้าสำนักงานจังหวัดกาฬสินธุ์นายแพทย์ประมวล ไทยงามศิลป์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ นายจารุวัฒน์ บุญเพิ่ม นายกเทศมนตรีเมืองกาฬสินธุ์ คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดกาฬสินธุ์ และทีมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ลงพื้นที่ตลาดสดทุ่งนาทองในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ สร้างการรับรู้แก่ประชาชน รณรงค์สวมหน้ากากอนามัย กินร้อน ช้อนกลาง ใช้แอลกอฮอล์ล้างมือบ่อยๆ และทำความสะอาดพื้นที่ รวมทั้งอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019หรือ โควิด -19

โดยผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า การสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนเป็นกิจกรรมที่จังหวัดกาฬสินธุ์โดยคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อ ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยให้ทีมโควิดในพื้นที่ทุกอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่สาธารณสุข อสม. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ออกไปเคาะประตูบ้านให้ความรู้ สร้างความเข้าใจ ถึงสถานการณ์ของการแพร่ระบาดและการป้องกันตนเอง โดยย้ำแนวทางและมาตรการสำคัญของจังหวัด ที่ต้องให้ปิดการให้บริการในหลายพื้นที่ เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อโรคดังกล่าว สิ่งสำคัญในเวลานี้คือความร่วมมือของพี่น้องประชาชน ความรักความสามัคคี เพื่อให้ชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้

ครั้งแรกในไทย หมอ พยาบาล 4 ราย ติดโควิด-19 รับเชื้อจากผู้ป่วย ปิดประวัติเสี่ยง

จากกรณี นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกกระทรวงสาธารณสุข แถลงสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันที่ 24 มี.ค. 2563 มีผู้เสียชีวิต เพิ่ม 3 ราย (รวมเสียชีวิต 4 ราย) เป็น ชายไทยอายุ 70 ปี ป่วยวัณโรค, ชาย 79 ปี เกี่ยวข้องกับสนามมวย มีโรคประจำตัวหลายโรค อีกราย เป็นชายอายุ 45 ปี มีภาวะโรคเบาหวานและโรคอ้วน และมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 106 ราย ผู้ป่วยสะสมเพิ่ม 827 ราย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ทั้งนี้ ผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น 106 ราย พบว่าในจำนวนนี้มี 4 ราย เป็นบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งหมอ พยาบาล และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใน จ.ภูเก็ต, ยะลา, บุรีรัมย์ และนครปฐม เนื่องจากผู้ป่วยไม่แจ้งประวัติเสี่ยงมาก่อน ทำให้บุคลากรทางการแพทย์ไม่ได้ปกป้องตัวเอง ติดเชื้อไปด้วย ทำให้ต้องแอดมิทในโรงพยาบาล

‘บิ๊กป๊อก’ รับเตรียมพร้อมใช้พรก.ฉุกเฉินสู้ โควิด หากจำเป็น ให้นายกฯตัดสินใจ

เมื่อวันที่ 24 มี.ค. ที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกระแสข่าวการเตรียมการประกาศ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ว่า ขึ้นอยู่กับนายกฯ จะพิจารณา แต่ทราบว่าได้เตรียมการไว้ เพื่อเป็นเครื่องมือในการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่สำหรับป้องกันการแพร่ระบาด แต่สิ่งสำคัญในการลดการแพร่ระบาดนั้น ทุกคนจะต้องร่วมมือกันปฏิบัติตามหลักการที่กระทรวงสาธารณสุขขอความร่วมมือ

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการของรัฐบาลว่า ขณะนี้ดำเนินการปิดด่านแนวชายแดนแล้ว ยกเว้นเพียงจุดที่มีคนไทยต้องเดินทางกลับเข้ามา ส่วนการดูแลผู้ป่วยมีทีมแพทย์ดูแล ส่วนบุคคลต้องสงสัยทีมแพทย์ ก็จะดูแลดำเนินการตามขั้นตอนในการคัดกรองและกักตัวเช่นกัน

ในส่วนของประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนานั่น จะต้องปฏิบัติตัวตามที่กระทรวงสาธารณสุขแนะนำ เพื่อไม่ทำให้เกิดเชื้อแพร่กระจาย เพราะหากร่วมมือและดูแลตัวเองก็จะควบคุมสถานการณ์ได้ ส่วนตัวเชื่อว่าความร่วมมือถือเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะลดการแพร่ระบาดของโรคได้ สถานการณ์ก็จะสงบได้เช่นกัน แม้หากจะมีกฎหมายออกมา แต่ความร่วมมือของประชาชน ถือว่าสำคัญที่สุด

รมว.มหาดไทย กล่าวต่อว่า ส่วนแรงงานต่างด้าวที่เดินทางกลับประเทศ หลังสถานประกอบการบางแห่งต้องปิดชั่วคราวนั้น คาดว่าในวันนี้จะได้รับข้อมูลรายละเอียดการเดินทางจากจังหวัด มั่นใจว่ากำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ จะสามารถควบคุมดูแลให้ผู้ที่เดินทางกลับในพื้นที่ ปฏิบัติตามหลักการสาธารณสุข ทั้งการกักตนเอง และการป้องกันดูแล ไม่ให้เกิดการแพร่เชื้อต่อไป

ทั้งนี้ อยากให้สื่อเข้าใจว่าไม่ว่าจะใช้กฎหมายใดก็ทำได้ยาก หากประชาชนไม่ร่วมมือกัน สื่อมวลชนควรช่วยกันเผยแพร่ข้อมูลทำให้เกิดความร่วมมือ สร้างการรับรู้ให้ประชาชนปฎิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งหากประชาชนทุกภาคส่วนร่วมมือกัน ก็จะเกิดประโยชน์และแก้ปัญหาลดการแพร่ระบาดของโรคได้

อัพเดทสถานการณ์ผู้ป่วยโควิดรายใหม่ 106 ราย ยอดพุ่งทะลุ 827 ราย

เมื่อวันที่ 23 มี.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกกระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 ว่า รายงานสถานการณ์วันที่ 23 มี.ค. พบผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ 106 ราย ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 827 ราย ในจำนวนนี้ผู้ป่วยกลับบ้านได้จำนวน ​ 5 ราย มีผู้ยังรักษาตัวในโรงพยาบาล 766 ราย เสียชีวิตสะสม 4 ราย อาการหนัก 4 ราย ทั้งนี้ พบว่า บุคคลากรทางการแพทย์ เป็นผู้ป่วยใหม่อีก 4 ราย

ทั้งนี้ พบว่า มีผู้ป่วย เสียชีวิตรายใหม่จำนวน 3 ราย คือ ผู้ป่วยวัณโรค 1 ราย อายุ 70ปี ผู้ป่วยจากสนามมวยอายุ 70 ปี อาการหนักตั้งแต่แรกรับเข้ารักษาตั้งแต่ 16 มี.ค. และอีกรายเป็นผู้ป่วยชาวไทย อายุ 45 ปี มีโรคประจำตัว เบาหวาน โรคอ้วน จากรพ.เอกชนแห่งหนึ่ง

สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ 106 รายแบ่งเป็น

กลุ่ม 1 เป็นผู้ที่สัมผัสหรือเกี่ยวข้องกับผู้ป่วย หรือสถานที่ที่มีคนจำนวนมากอยู่ จำนวน 25 ราย
-สนามมวย 5 ราย จากสนามมวยลุมพีนี ราชดำเนิน เป็นผู้ชม เซียนมวย จากกรุงเทพฯ นครปฐม สมุทรสาคร อุบลราชธานี
-สถานบันเทิง 6 ราย ทองหล่อ อาร์ซีเอ นานา และสระบุรี กทม. บุรีรัมย์ ชลบุรี เป็นพนักงานและนักท่องเที่ยว
-ผู้สัมผัสโรคที่มีรายงานมาก่อนหน้านี้ 12 ราย มีเซียนมวย พนง.บริการ มีประวัติกินข้าวกับผู้ป่วย กินเลี้ยง กินดื่มสุรากับผู้ป่วยสถานบันเทิง พนักงานขายเสื้อผ้า และใกล้ชิดกับผู้ป่วยในสนามมวย
-ผู้ที่ประกอบกิจทางศาสนา 2 ราย จากปัตตานี

2. กลุ่มรายใหม่ 34 ราย
-กลุ่มย่อยเดินทางจากจากต่างประเทศจำนวน 20 ราย แบ่งเป็นคนไทย 8 ราย (นักศึกษา พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน เดินทางกลับจากปอยเปต) และต่างชาติ 12 ราย (สวีเดน ปากีสถาน สวีเดน)
-ทำงานเกี่ยวกับข้องกับคนต่างชาติอีก 10 ราย (พนักงานรปภ. พนักงานรับรถ รถแท็กซี่ พนักงานเสิร์ฟ) จากกรุงเทพฯ ชลบุรี อุบลราชธานี ภูเก็ต อาศัยในสถานที่แออัด เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติ รปภ. พนักงานรับรถ แท็กซี่ พนักงานในสถานบันเทิง

-ร่วมพิธีทางศาสนาอีก 2 ราย

-กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์มี 4 ราย แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุข จากภูเก็ต ยะลา บุรีรัมย์ นครปฐม สืบเนื่องจากผู้ป่วยไม่แจ้งประวัติเสี่ยงมาก่อน ทำให้บุคลากรทางการแพทย์ไม่ทราบและไม่ได้ปกป้องตัวเอง จนทำให้ทั้ง 4 ท่านต้องแอดมินในรพ.

3.กลุ่มผู้ป่วยได้รับผลแล็ปยืนยันพบเชื้อแต่อยู่ระหว่างสอบสวนโรคอีก 47 ราย

สถานการณ์ทั่วโลกใน 192 ประเทศ 2 เขตบริหารพิเศษ 1 เรือสำราญ ข้อมูลตั้งแต่ 5 มกราคม – 24 มีนาคม 2563 (07.00 น.) พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อจำนวน 366,866 ราย เสียชีวิต 16,098 ราย ส่วนประเทศจีนพบผู้ป่วย 81,093 ราย เสียชีวิต 3,270 ราย อิตาลีพบผู้ป่วย 63,928 ราย เสียชีวิต 6,078 ราย