วิปรัฐฯ มีมติ ไม่เห็นด้วย ฝ่ายค้าน เสนอ เปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ

นายวิรัช รัตนเศรษฐ วิปรัฐบาล มีมติ ไม่เห็นด้วย เปิด “สภาสมัยวิสามัญ” ชี้ ข้อเสนอ “ฝ่ายค้าน” ไม่มีอะไรเร่งด่วน ขณะตอนนี้ รัฐบาล ลุยเต็มสูบ แก้ “โควิด-19” อยู่แล้ว

เมื่อวันที่ 27 เม.ย.63 นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล เปิดเผยว่า ในวันเดียวกันนี้ ตนได้หารือร่วมกับแกนนำวิปรัฐบาล อาทิ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองประธานวิปรัฐบาล ผ่านทางโทรศัพท์ ถึงกรณีที่พรรคร่วมฝ่ายค้าน เสนอให้เปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาอนุมัติ พ.ร.ก.กู้เงินหรือไม่ รวมถึงเพื่อระดมสมองแก้ปัญหาการระบาดของไวรัสโควิด-19 ว่า การหารือร่วมกันของวิปรัฐบาล มีมติไม่เห็นด้วย กับพรรคร่วมฝ่ายค้าน ในการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ เนื่องจากการประชุมสภาสมัยสามัญ จะมีกำหนดเปิดประชุมในวันที่ 22 พ.ค.นี้ อยู่แล้ว โดยเมื่อมีพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุม ก็เป็นหน้าที่ของประธานสภา จะได้ดำเนินการต่อไป

“ในส่วนข้อเสนอของพรรคร่วมฝ่ายค้านนั้น ขณะนี้ยังไม่เห็นว่ามีเรื่องอะไรที่เป็นวาระเร่งด่วนที่จะต้องเปิดประชุมสมัยวิสามัญ เพราะรัฐบาลก็กำลังเร่งแก้ปัญหาการระบาดของโควิด-19 อย่างเต็มที่อยู่แล้ว จึงขอให้เป็นกำลังใจในการทำงานให้รัฐบาลดีกว่า” นายวิรัช กล่าว

คาดการณ์เลวร้ายสุด หากกลับมาระบาดซ้ำ อาจเจอผู้ป่วยถึง 2,000 คนต่อวัน

โฆษก ศบค. เผยคาดการณ์แนวโน้มการเกิดโรค 3 เดือนต่อจากนี้ กรณีเลวร้ายสุด หากกลับมาระบาดซ้ำ อาจเจอคนป่วยถึง 500-2,000 ต่อวัน

วันที่ 27 เม.ย. 2563 นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เปิดเผยการคาดการณ์แนวโน้มการเกิดโรคในช่วงเดือน พ.ค. – ก.ค. เป็นการรายงานของปลัดกระทรวงสาธารณสุขในที่ประชุม ศบค. วันนี้ โดยแบ่งเป็น 3 กรณี คือ

1. สถานการณ์ควบคุมได้เต็มที่

โดยที่ยังต้องคงมาตรการ ห้ามการเดินทางเข้าประเทศ จำกัดการเคลื่อนย้ายภายในประเทศ และคงมาตรการปิดสถานที่ต่างๆ อาจจะพบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ได้ประมาณ 15-30 รายต่อวัน ในกลุ่มผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย, จากการค้นหาเพิ่มเติม และการค้นหาเชิงรุกในชุมชน

2. สถานการณ์ควบคุมได้มีความเสี่ยงต่ำ การระบาดอยู่ในวงจำกัด ระบบสาธารณสุขรองรับได้

มาตรการคือ ชะลอการเข้าประเทศโดยมี State Quarantine และ Local Quarantine เปิดให้ภาคธุรกิจที่มีความเสี่ยงต่ำดำเนินกิจการได้ อาจพบผู้ป่วยราว 40-70 รายต่อวัน ทั้งจากกลุ่มผู้ป่วยรายใหม่, ผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย และคนเดินทางเข้าประเทศ

3. สถานการณ์ควบคุมได้ยาก มีการระบาดซ้ำคล้ายช่วงเหตุการณ์ระบาดจากสนามมวย สถานบันเทิง

กรณีมีการเคลื่อนย้ายประชากรจำนวนมาก ทั้งภายในและระหว่างประเทศ โดยไม่มีการกักกันติดตาม อาจจะทำให้พบผู้ป่วย 500-2,000 รายต่อวัน ในเดือน มิ.ย. – ก.ค. และระบบสาธารณสุขอาจไม่เพียงพอในการรักษาผู้ป่วย

ทั้งนี้ การพยากรณ์คนไข้ระหว่าง พ.ค. – ก.ค. จะอยู่ที่ 46,596 ราย กรณีความเสี่ยงต่ำ 4,661 ราย และกรณีการดำเนินมาตรการเข้มข้นเช่นที่ผ่านมา พยากรณ์ผู้ป่วยจะอยู่ที่ 1,189 ราย.

มาตามนัด ไข่ใบละบาท แจกเพิ่มเครื่องอุปโภค-บริโภค สู้ภัยโควิค-19

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 17 เม.ย. ที่ตลาดนัด ไทยช่วยไทย สู้ภัยโควิค หน้าโรงพยาบาลวิหารแดง อ.วิหารแดง จ.สระบุรี ได้จัดขายไข่ไก่ฟองละ 1 บาท ปากดุกกู้ชาติ 3 กิโล 100 บาท ไก่กู้ชาติ ตัวหนัก 4 กิโลกรัม ขายตัวละ 100 บาท ตามที่เคยนัดหมายเอาไว้กับชาวบ้าน

โดยพิเศษ ศุกร์ นี้ พระอาจารย์ พิภพ เจ้าอาวาส วัดเขาแก้วธรรมาราม อ.วิหารแดง จ.สระบุรี พระครูวิบูลรัตโนภาส เจ้าอาวาส วัดหล่อเจริญราษฎร์วราราม อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา มาดามแม่ ดร.ต้นบุญ วิสาขา ประธานมูลนิธิต้นบุญ และผู้มีจิตศัทธาอีกหลายราย

ร่วมกันแจกข้าวสารคนละ 1 ถุง เฉพาะข้าวเหนียวหมู 300 กล่อง มี บะหมี่ ผัดหมี่ น้ำ อาหารแห้ง หน้ากากอนามัย หน้ากากผ้า อีกจำนวนมาก มีประชาชนแห่มารับแจกอย่างเนื่องแน่นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ฝ่ายทหารต้องมาจัดระเบียบ ให้เว้นระยะห่างกัน

เกษตรจันทบุรี จับมือไปรษณีย์ ร่วมส่งผลไม้จากสวนตรงถึงลูกค้า ผ่าน EMS

เกษตรจันทบุรี จับมือไปรษณีย์นายายอาม ช่วยชาวสวนผลไม้ ทุเรียน จัดโปรโมชั่นช่วงโควิด-19 ระบาด ไม่ต้องออกจากบ้าน ปณ.รับผลไม้ถึงสวน ส่ง EMS ถึงบ้านลูกค้า หนุนการขายออนไลน์ ตัดตรงพ่อค้าคนกลาง

เมื่อวันที่ 17 เม.ย.63 นายปิยะ สมัครพงศ์ เกษตร จ.จันทบุรี เปิดเผยว่า ด้วยสถานการณ์ของ จ.จันทบุรี ที่อยู่ในช่วงผลไม้มีผลผลิตกระจายออกสู่ตลาดในฤดูกาลผลิตปีนี้ ประกอบกับระบบการขนส่งต่างๆ ติดขัดเนื่องมาจากปัญหาสถานการณ์เรื่องโรคระบาดไวรัสโควิด-19 จนส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ซึ่งทางรัฐบาลได้ประกาศ พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อเป็นมาตรการป้องกันการระบาดของโรคดังกล่าว ในส่วนของเกษตรกรชาวสวนต้องได้รับผลกระทบตามไปด้วย

เกษตร จ.จันทบุรี กล่าวต่อว่า สำนักงานเกษตร จ.จันทบุรี จึงได้ขอความร่วมมือกับ บริษัท ไปรษณีย์ไทย ในการออกมาตรการช่วยเหลือชาวสวน โดยเฉพาะทุเรียนที่มีผลผลิตทยอยออกสู่ตลาดกันแล้ว และตัวเกษตรกรที่หันมาขายทุเรียนให้กับผู้บริโภคโดยตรง ในรูปแบบออนไลน์กันเพิ่มขึ้น จึงได้ทำ MOU ลงนามทางด้านการขนส่งทุเรียนในราคาถูกพิเศษ ด้วยรูปแบบ EMS ที่ใช้ระยะขนส่งจากต้นทางไปยังจังหวัดปลายทางรวดเร็ว กว่าส่งแบบพัสดุภัณฑ์ปกติ

ด้าน นายวีรพล ทำสวน หัวหน้าไปรษณีย์นายายอาม จ.จันทบุรี กล่าวว่า ภายใต้ความร่วมมือนี้ทางไปรษณีย์ รับผิดชอบในการกระจายผลิตทางการเกษตร เพื่อถึงผู้บริโภคโดยตรง ด้วยการเข้ารับทุเรียนถึงภายในสวน ด้วยกติกาที่แสนง่าย โดยเจ้าของสวนต้องทำการบรรจุภัณฑ์ทุเรียนลงกล่องให้เรียบร้อยอย่างดี พร้อมระบุน้ำหนักที่ชั่งไว้แต่ละกล่อง เสร็จแล้วติดต่อไปยังไปรษณีย์แต่ละท้องที่ ก็จะเข้ามารับพัสดุภัณฑ์ถึงในสวน พร้อมกับราคาพิเศษที่ได้ทำบันทึกข้อตกลงร่วมกับทางกระทรวงเกษตรฯ โดยเริ่มต้นด้วยน้ำหนักไม่เกิน 3 กิโลกรัม ในราคา 50 บาท และต้องเพิ่ม 10 บาทต่อ 1 กิโลกรัม แต่ต้องไม่เกิน 20 กิโลกรัมต่อกล่อง พร้อมระบุในพื้นที่เขตภาคกลาง โดยส่งวันนี้ พรุ่งนี้ลูกค้าได้ก็รับสินค้าถึงบ้าน

หัวหน้าไปรษณีย์นายายอาม จ.จันทบุรี กล่าวด้วยว่า มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนดังกล่าว ระหว่างกระทรวงเกษตรฯ และบริษัทไปรษณีย์ไทย เป็นผลมาจากตัวเกษตรกรมีทางเลือกในการกระจายผลผลิตคุณภาพ หรือจำหน่ายเองโดยตรงถึงผู้บริโภค ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ในช่วงที่มีการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ต้องทำเอาขนส่งเอกชนงดรับขนส่งสินค้าประเภทอาหารสดและผลไม้ เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นเนื่องจากการขนส่งที่ล่าช้าในช่วงนี้.

กรุงผวาอีกรอบ! กทม.ตรวจโควิดเชิงรุก เจอติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 5

กรุงผวาอีกรอบ! กทม.ตรวจ โควิด เชิงรุก เจอติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 5 จากยอดตรวจ 874 คน ก่อนส่งตัวเข้ารับการรักษาตามขั้นตอนที่โรงพยาบาลในสังกัดแล้ว

เมื่อวันที่ 17 เม.ย. ที่ศาลาว่าการกทม. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) กรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 26 โดยมีพล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่าฯ กทม. นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร คณะโฆษกผู้แทนสำนัก ผู้แทนกลุ่มเขต และผู้แทนส่วนราชการในสังกัดกรุงเทพมหานครร่วมประชุม

พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า ที่ประชุมได้รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยวันนี้ (17 เม.ย.63) ในพื้นที่กรุงเทพฯ มียอดผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มขึ้น 22 คน ยอดผู้ป่วยสะสมรวม 1,371 คน ผู้ป่วยรักษาหายสามารถกลับบ้านได้เพิ่มขึ้น 43 คน ยอดรวมผู้ป่วยรักษาหาย 1,152 คน ผู้ป่วยอยู่ระหว่างการรักษา 344 คน

สำหรับความคืบหน้าของการตรวจคัดกรองเชิงรุกโดยระบบ BKK COVID-19 ซึ่งกทม.ร่วมกับเพจหมอแล็บแพนด้า ลงพื้นที่ให้บริการเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่ง เพื่อทดสอบการติดเชื้อค้นหาผู้ได้รับเชื้อ ทั้งผู้ที่มีอาการและไม่มีอาการ

จากการตรวจคัดกรองดังกล่าวพบผู้ได้รับเชื้อรายใหม่เพิ่ม 5 ราย จากยอดตรวจ 874 ราย โดยส่งตัวเข้ารับการรักษาตามขั้นตอนที่โรงพยาบาลในสังกัดเรียบร้อยแล้ว จากการตรวจพบผู้ได้รับเชื้อดังกล่าว ทำให้สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อ เป็นการป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่กระจายขยายวงออกไป

ส่วนผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประจำด่านคัดกรองการเดินทางเข้าสู่กรุงเทพมหานคร เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ 13 ด่าน เมื่อวันที่ 16 เม.ย. เรียกตรวจยานพาหนะ 9,226 คัน ตรวจคัดกรองบุคคล 20,345 คน พบบุคคลเข้าข่ายเป็นกลุ่มเสี่ยง 1 คน ด้านผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประจำด่านคัดกรอง ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.-16 เม.ย.63 เรียกตรวจยานพาหนะรวมทั้งสิ้น 182,446 คัน ตรวจคัดกรองบุคคลทั้งสิ้น 399,783 คน พบบุคคลเข้าข่ายเป็นกลุ่มเสี่ยงทั้งสิ้น 69 คน

นอกจากนี้ที่ประชุมมอบหมายให้สำนักงานเขตประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนชาวมุสลิมทราบถึงประกาศจุฬาราชมนตรีเรื่อง มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวยังคงพบผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงระหว่างวันที่ 24 หรือ 25 เม.ย.63 ถึงวันที่ 23 หรือ 24 พ.ค.63 จะตรงกับเดือนรอมฎอนที่ชาวมุสลิมต้องปฏิบัติศาสนกิจการถือศีลอดและการทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งจะมีการรวมตัวกันเป็นหมู่คณะที่มัสยิด เคหสถาน หรือสถานที่ที่จัดเตรียมไว้ และในสถานการณ์ที่ยังคงพบผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่องนี้

จึงจำเป็นต้องกำหนดมาตรการเพิ่มเติม เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว ดังนี้ 1.การดูดวงจันทร์เพื่อกำหนดวันที่ 1 ของเดือนรอมฎอน ประจำปีฮิจราะห์ศักราช 1441 (พ.ศ.2563) นี้ ให้เป็นหน้าที่ของผู้ที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเท่านั้น

2.การถือศีลอดเดือนรอมฏอนให้ถือปฏิบัติตามปกติที่บทบัญญัติศาสนากำหนด ยกเว้นผู้ที่ได้รับผ่อนผันตามหลักการศาสนาเท่านั้น ทั้งนี้การแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว มิได้เป็นอุปสรรคให้งดการถือศีลอดแต่ประการใด ตลอดจนการกลืนน้ำลายที่ไม่เจือปนเศษอาหารที่อยู่ในช่องปาก ก็มิได้ทำให้การถือศีลอดบกพร่องแต่อย่างใด กลับเป็นการรักษาร่างกายและลำคอให้ชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นจึงไม่ควรถ่มน้ำลายในสถานที่สาธารณะโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อในสภาวการณ์ปัจจุบัน

3.งดการจัดเลี้ยงอาหารละศีลอดที่มัสยิด เคหสถาน หรือสถานที่ที่จัดเตรียมไว้ หากมีความประสงค์ก็ให้จัดทำอาหารปรุงสุกที่บ้านและจัดใส่ภาชนะบรรจุภัณฑ์ให้ถูกต้องตามสุขลักษณะแล้วแจกจ่ายให้แก่เพื่อนบ้านและญาติใกล้ชิดแทนการจัดเลี้ยงที่มารวมกันเป็นหมู่คณะ

4.กรณีสมาชิกในครอบครัวละศีลอดหรือรับประทานอาหารซาโฮร์ร่วมกัน ให้หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารในภาชนะร่วมกัน และให้นั่งห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร ล้างมือให้สะอาดทั้งก่อนและหลังรับประทานอาหาร

5.งดการเอี๊ยะติก๊าฟ และการละหมาดญะมาอะห์ที่เป็นชุนนะห์ (สุนัต) ประเภทต่างๆ ในค่ำคืนของเดือนรอมฎอน ได้แก่ การละหมาดตะรอเวียะห์ การละหมาดวิตร์ (วิเต็ร) และการละหมาดตะฮัจญุด ตลอดจนกิจกรรมการรวมตัวอื่นๆ ที่มัสยิด หรือในสถานที่ที่จัดเตรียมไว้

6.ให้คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดแจ้งไปยังมัสยิดในการสร้างความเข้าใจเรื่องการจ่ายซะกาตพิตร์ และฟิดยะห์ล่วงหน้า ที่สามารถกระทำได้ตั้งแต่เข้าสู่เดือนรอมฎอน โดยให้มัสยิดเป็นผู้รวบรวม และขอให้สัปปุรุษทุกคนร่วมมือในการมอบซะกาตฟิตร์และฟิดยะห์ดังกล่าวให้กับมัสยิด เพื่อนำไปช่วยเหลือครอบครัวที่เดือดร้อนในสถานการณ์ปัจจุบัน สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในเว็บไซต์คณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร www.islamicbangkok.or.th/ หรือเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย www.cicot.or.th ทั้งนี้เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ให้อยู่ในวงจำกัดต่อไป

พัทยาล็อกดาวน์รอบ2 เปิดรันระบบเต็มรูปแบบ 8 จุด แก้ปัญหารถติด

จากกรณีก่อนหน้านี้ จ.ชลบุรี ประกาศล็อกดาวน์ โดยเฉพาะพื้นที่เมืองพัทยา เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 โดยตั้งด่านปิดกั้นเส้นทางเข้า-ออก และตรวจคัดกรองอย่างเข้มข้นตั้งแต่ในวันที่ 9 เม.ย.ที่ผ่านมา แต่ปรากฎว่าเกิดปัญหาเรื่องการจราจรติดขัด ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน

ล่าสุดเรื่องนี้ วันที่ 15 เม.ย. นายอำนาจ เจริญศรี นายอำเภอบางละมุง พร้อมด้วย นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา และคณะผู้บริหาร ตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบการเปิดทดสอบระบบจุดคัดกรองอย่างเป็นทางการ โดยมีการสนธิกำลังหลายฝ่ายเข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง จากการตรวจสอบพบว่าการดำเนินการเป็นไปด้วยความสะดวกไม่มีปัญหามากนัก

ขณะที่การจราจรก็ไม่ได้ติดขัดแต่อย่างใด เนื่องจากมีการแบ่งเลนการเข้าออกที่ชัดเจน ส่วนผู้ที่ไม่มีความประสงค์จะเดินทางเข้าสู่พื้นที่เมืองพัทยาชั้นใน สามารถวิ่งรถสัญจรผ่านไปได้โดยไม่ต้องทำการตรวจสอบหรือคัดกรองให้เสียเวลา ขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่รับทราบถึงแผนปฏิบัติการดังกล่าวและได้มีการเตรียมเอกสารไว้แสดงแก่เจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี

พัทยาล็อกดาวน์รอบ2

นายสนธยา กล่าวว่า เมืองพัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวหลัก มีผู้คนอาศัยมากมายทั้งชาวไทยและต่างประเทศที่เดินทางเข้าออกอย่างต่อเนื่อง ทำให้การแพร่ระบาดของเชื้อเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงต้องเสริมมาตรการในการล็อกดาวน์ เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายลง ซึ่งดำเนินการควบคุมไปกับการตรวจหาบุคคลในกุ่มเสี่ยงด้วยอุปกรณ์ Lamp Test ซึ่งได้รับมอบจาก สสจ.ชลบุรี เป็นพื้นที่นำร่องจำนวน 2,000 ชุด ที่สามารถรู้ผลการติดเชื้อได้ภายในระยะเวลา 1 ชั่วโมง

พัทยาล็อกดาวน์รอบ2

ปัจจุบันได้ดำเนินการตรวจสอบไปแล้วกว่า 600 รายและพบผู้ติดเชื้อแล้ว 1 ราย ซึ่งได้ส่งตัวเข้าทำการรักษาและกักตัวตามขั้นตอน อย่างไรก็ตามสำหรับมาตรการล็อกดาวน์ในครั้งนี้พบว่าไม่มีปัญหาเหมือนครั้งก่อน ประชาชนส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่ก็จะมีการประชุมประเมินสภาพปัญหาในช่วงค่ำวันนี้ ก่อนมาทำการปรับใช้อีกครั้งอย่างเป็นทางการตั้งแต่เวลา 14.00 น.วันที่ 16 เม.ย.นี้เป็นต้นไป

โควิดทำเดือดร้อน คนขับรถรับพระตกงาน เมียเพิ่งคลอด ถูกไล่จากห้องเช่า

วันที่ 15 เม.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจากครอบครัวผู้ได้รับความเดือดร้อน ตกงานจนถูกไล่ออกจากห้องเช่า จึงได้เดินทางไปที่บ้านเช่าแห่งหนึ่ง ในซอยสุขาวดี 13 เขตเทศบาลนครสกลนคร อ.เมือง จ.สกลนคร

พบครอบครัวสามีภรรยาและลูกอีก 2 คน คนโตอายุ 8 ขวบ และคนเล็กอายุ 26 วัน รวม 4 ชีวิต อาศัยอยู่ในบ้านเช่า โดยใช้ผ้าปูที่นอนกั้นเป็นห้องนอน สภาพน่าสงสาร

จากการสอบถาม นายเฉลิม มีเหมือน อายุ 28 ปี ผู้เป็นสามี ทราบว่า แต่เดิมบ้านเช่าแห่งนี้เป็นบ้านที่น้องสาวของตนมาเช่าอยู่พร้อมกับครอบครัวรวม 5 ชีวิต แต่หลังจากที่ตนและภรรยาตกงาน ทำให้ถูกเจ้าของห้องเช่าไล่ออก เนื่องจากติดค้างค่าเช่าหลายเดือน ตนจึงอพยพครอบครัว 4 ชีวิต มาขออาศัยอยู่กับน้องสาวเป็นการชั่วคราวก่อน เนื่องจากไร้ที่ซุกหัวนอน

นายเฉลิม เล่าด้วยว่า เดิมตนทำงานเป็นพนักงานขับรถส่งสินค้าที่ร้านค้าแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนครสกลนคร ส่วนภรรยาทำงานเป็นพนักงานขายเครื่องใช้ไฟฟ้าในห้างสรรพสินค้า ต่อมาตนมีอาการซึมเศร้าจึงได้เข้าทำการตรวจรักษา โดยแพทย์วินิจฉัยว่าป่วยเป็นโรคไบโพลาร์ ต้องรักษาตัว เจ้าของร้านจึงให้ออกจากงานเนื่องจากเกรงกระทบกับการทำงาน ทำให้เหลือภรรยาทำงานเพียงคนเดียว

ต่อมาภรรยาได้ตั้งครรภ์ลูกคนที่ 2 เมื่อท้องใหญ่ขึ้น หัวหน้างานจึงแนะนำให้พักงานก่อน ทำให้รายได้ที่เคยมีหายไป ตนจึงได้นำรถกระบะของน้องสาวไปขับบริการพระเณรที่วัดแห่งหนึ่ง ทั้งรับส่งตามกิจนิมนต์ ซื้อข้าวของใช้ หรือไปกิจธุระอื่นๆ ได้รับความเมตตาจากพระเณรให้เป็นเงินตอบแทนครั้งละ 300 ถึง 500 บาท หรือให้ข้าวสาร อาหาร จากก้นบาตรมารับประทานในครอบครัวบ้าง แม้จะลำบากยากจน แต่อย่างน้อยก็ยังมีข้าวปลาอาหารกินในครอบครัว

จนกระทั่งหลังจากที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 พระเณรก็ไม่มีกิจนิมนต์ใดๆ ประกอบกับมาตรการที่ให้คนหยุดอยู่บ้านเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด จึงทำให้ตนเท่ากับตกงานไปโดยปริยาย ทั้งสองคนสามีภรรยาไม่มีงาน ไม่มีรายได้ ต้องอยู่แบบอดๆ อยากๆ อาศัยเพียงเบี้ยยังชีพคนพิการของตนเดือนละ 800 บาท ประทังชีวิตเรื่อยมา ต่อมาภรรยาก็คลอดลูกคนเล็ก ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ยิ่งลำบากมากขึ้น ไม่มีแม้กระทั่งเงินจ่ายค่าเช่าห้อง จนในที่สุดเจ้าของห้องเช่าก็ไล่ออกจากห้อง จึงต้องพากันอพยพมาขออาศัยอยู่กับน้องสาวที่บ้านเช่าแห่งนี้

นายเฉลิม กล่าวอีกว่า ตนและครอบครัวได้มาอาศัยอยู่ที่นี่ได้ประมาณครึ่งเดือนแล้ว ข้าวปลาอาหารการกินก็อาศัยกินกับครอบครัวน้องสาว ซึ่งก็มีภาระเลี้ยงครอบครัวของเขาอีก 5 ชีวิต มีคนใจบุญที่ทราบเรื่องก็บริจาคข้าวสาร อาหาร เสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้มาให้บ้าง พอประทังชีวิต แต่ก็เป็นภาระให้กับน้องสาวและคนอื่นๆ และเมื่อมาคิดถึงชีวิตข้างหน้าที่ลูกๆ จะต้องเติบโตขึ้น จึงคิดจะหาอาชีพเลี้ยงครอบครัว แต่ไปสมัครงานที่ไหนเขาก็ไม่รับ เนื่องจากเป็นคนพิการ คิดจะไปขายน้ำอ้อยคั้นแต่ก็ขาดเงินทุนในการเริ่มต้น ทั้งค่าเครื่องคั้นน้ำอ้อย และเงินทุนหมุนเวียนประมาณ 1 หมื่นบาท จึงอยากขอความเมตตาผู้ใจบุญ ช่วยเหลือครอบครัวของตน ได้มีโอกาสประกอบอาชีพเลี้ยงครอบครัวต่อไป

สำหรับผู้ใจบุญต้องการช่วยครอบครัวสามีภรรยาให้ผ่านพ้นช่วงที่ยากลำบากนี้ สามารถโอนผ่านบัญชีนายเฉลิม มีเหมือน ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาโรบินสัน สกลนคร บัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 434 039275- 5

สมุทรปราการ เอาด้วย! ประกาศห้ามขายเหล้า เริ่มพรุ่งนี้ ฝ่าฝืนมีโทษ

วันที่ 10 เม.ย. นายชาติชาย อุทัยพันธ์ ผวจ.สมุทรปราการ ผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดสมุทรปราการ ได้ลงนามคำสั่งจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 3302/2563 เรื่อง ปิดสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคติดต่ออันตราย ระบุว่า โดยที่สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โรคโควิด 19 ได้แพร่ระบาดอย่างรวดเร็วและกว้างขวางไปหลายประเทศทั่วโลก

โดยกระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชื่อและอาการสำคัญของโรคติดต่ออันตราย (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2563 ลงวันที่ 26 ก.พ. พ.ศ.2563 กำหนดให้โรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นโรคติดต่ออันตราย ตามพ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ฉบับลงวันที่ 25 มี.ค.2563 เกี่ยวกับโรคดังกล่าว โดยในสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ปัจจุบันพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และผู้ป่วยเข้าเกณฑ์เฝ้าระวัง (PUI)

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 3(1) แห่งพ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 ข้อ 7 (1) ของข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ฉบับที่ 1) ลงวันที่ 25 มี.ค. พ.ศ.2563 ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรปราการ ตามมติที่ประชุม ครั้งที่ 11/2563 เมื่อวันที่ 9 เม.ย. พ.ศ. 2563 จึงมีคำสั่งปิดสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่ของโรคติดต่ออันตราย ตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย.ถึงวันที่ 20 เม.ย.2563 ดังนี้

ร้านค้าหรือสถานประกอบการขายสุรา ประเภทที่ 1 และประเภทที่ 2 ที่ได้รับใบอนุญาตจำหน่ายสุราตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 โดยสามารถจำหน่ายสินค้าประเภทอื่นได้ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558

และอาจมีความผิดตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ

พท.โวยห้ามส.ส.ฝ่ายค้านพ่นยาฆ่าโควิด แต่ซีกรัฐบาลทำโจ๋งครึ่ม

“เพื่อไทย”โวย สธ.-กทม. ตอบให้ชัดฉีดพ่นฆ่าเชื้อโควิด-19ให้ชาวบ้านได้หรือไม่ จวกห้ามส.ส.ฝ่ายค้าน แต่กลับปล่อยส.ส.รัฐบาลทำได้

เมื่อวันที่ 31 มี.ค. นายวิชาญ มีนชัยนันท์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงสถานการณ์โควิด-19ในกรุงเทพฯ ว่า ขณะนี้ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองใดต่างพยายามช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในทุกรูปแบบ แต่สัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่า กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร มีประกาศห้ามฉีดละอองพ่นยาป้องกันเชื้อโควิด เนื่องจากเกรงว่าน้ำยาไม่ได้มาตรฐาน และจะทำให้เกิดการฟุ้งกระจาย อาจเป็นอันตรายต่อชุมชนหมู่บ้านได้ ซึ่งได้แจ้งให้งดการฉีดพ่นละอองตามชุมชนต่างๆ แล้ว ทั้งนี้ อยากให้กรุงเทพมหานครตอบให้ชัดว่า ตกลงแล้วอาสาสมัครทุกภาคส่วนจะสามารถพ่นละอองฆ่าเชื้อโควิดได้หรือไม่ และการพ่นดังกล่าวตามคำแจ้งเตือนจะส่งผลให้เชื้อโรคฟุ้งกระจายหรือไม่ ถ้าใช่ต้องออกประกาศห้ามให้ชัดเจนทั้งหมู่บ้าน ชุมชน หรือที่สาธารณะ ต้องอธิบายให้ชัด อย่างไรก็ตาม วันนี้ตนจะทำหนังสือสอบถามไปยังรมว.สาธารณสุขและผู้ว่าฯ กทม.ว่า สรุปแล้วฉีดได้หรือไม่ จะได้เป็นบรรทัดฐานต่อไป เนื่องจากขณะนี้มีนักการเมืองซีกรัฐบาลหลายพื้นที่ออกพ่นยาฆ่าเชื้อโควิด แต่พอซีกฝ่ายค้านทำกลับต้องขออนุญาต

นาทีล่าจับตัว นช.แสบ เผยขาใหญ่เรียกประชุม ลงมติ “แหกคุกบุรีรัมย์”

ล่าไม่ลดละ นช.หนึ่งเดียวที่หนีไป

ปฏิบัติการตามจับนักโทษแหกคุกบุรีรัมย์ เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 31 มี.ค.63 เจ้าหน้าที่นำโดย พ.ต.อ.อัษฎไนย ป้องกัน ผกก.สภ.คูเมือง จ.บุรีรีมย์ พ.ต.ท.มานิตย์ สร้อยจิตร รอง ผกก.ป.ฯหัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ พ.ต.ท.ภานุวัฒน์ มากมูล รอง ผกก.สส.สภ.เมืองบุรีรัมย์ ร.ต.อ.สุวัฒน์ นามมงคล สว.กก.สส.1 บก.สส.ภ.3 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชป.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์ ,สภ.คูเมือง ,สภ.เมืองบุรีรัมย์, กก.สส.1 บก.สส.ภ.3 ,กก.สส.ภ.จว.บุรีรัมย์ และฝ่ายปกครอง อ.คูเมือง สนธิกำลังร่วมกันติดตามไล่ล่าจับกุม นักโทษชาย ธัณยพงศ์ สินพูน ซึ่งเป็น 1 ในจำนวนผู้ต้องขังที่ร่วมกันก่อเหตุจลาจล เผาเรือนจำ และหลบหนีออกจากเรือนจำ เมื่อช่วงสายของวันที่ 29 มี.ค.63

หนีกล้บบ้านที่ “คูเมือง”

ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ติดตามจับกุมตัวนักโทษชายที่ร่วมกันก่อเหตุ และหลบหนีออกจากเรือนจำได้ทั้งหมดแล้ว เหลือเพียง นักโทษชาย ธันยะพงศ์ สินพูน อายุ 26 ปี ชาวบ้านโนนเมือง ต.พรสำราญ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ยังคงหลบหนีอยู่ โดยเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนติดตามเรื่อยมาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งช่วงสายของวันที่ 30 มี.ค.63 ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าพบบุคคลต้องสงสัยคล้ายกับ นักโทษชาย ธันยะพงศ์ ที่ยังหลบหนีการจับกุมไปได้ มาอยู่แถวบริเวณป่าใกล้กับลำคลองคูเมืองโบราณของหมู่บ้านโนนเมือง ซึ่งเป็นบ้านเกิดของนักโทษชาย ธันยะพงศ์ ชุดจับกุมจึงได้จัดกำลังปูพรมค้นหา กระทั่งพบรถจักรยานยนต์ และเสื้อผ้าที่ นักโทษชาย ธันยะพงศ์ ได้ขโมยมาจากหอพักใกล้กับเรือนจำบุรีรัมย์ ขณะหลบหนีถอดทิ้งไว้

มีคนแจ้ง พบ “ชายหนุ่มถอดเสื้อสักยันต์”
ชุดจับกุมจึงได้วางกำลังดักรอบหมู่บ้านโนนเมือง และหมู่บ้านใกล้เคียง รวมถึงจัดชุดเดินเท้าสำรวจตามหมู่บ้าน ป่า ทุ่งนา และไร่อ้อยในพื้นที่บริเวณดังกล่าว แต่ก็ยังไม่พบวี่แววของ นักโทษชาย ธันยะพงศ์ กระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 01.00 น.วันที่ 31 มี.ค.63 ชุดจับกุมสืบทราบว่าได้พบบุคคลต้องสงสัยคล้ายกับ นักโทษชาย ธันยะพงศ์ ในสภาพไม่สวมเสื้อ ลายสักเต็มตัว นุ่งกางเกงขาสั้น ได้เดินเท้ามาอยู่ในละแวกบ้านผักกาดหญ้า ต.พรสำราญ อ.คูเมือง ซึ่งอยู่ติดถนนสายบุรีรัมย์-พุทไธสง และอยู่ห่างจากจุดที่ นักโทษชาย ธันยะพงศ์ จอดรถจักรยานยนต์ ถอดเสื้อผ้าทิ้งไว้ประมาณ 3 กิโลเมตร ชุดจับกุมจึงได้ปูพรมค้นหาอย่างไม่ลดละท่ามกลางความมืด

จับง่ายเกินคาด คุมตัวได้โดยละม่อม

กระทั่งพบตัว นักโทษชาย ธันยะพงศ์ แอบซุกซ่อนตัวอยู่ข้างพุ่มไม้ข้างถนนสายบุรีรัมย์-พุทไธสง ช่วงบ้านผักกาดหญ้า ต.พรสำราญ อ.คูเมือง ในสภาพอิดโรย จึงเข้าทำการควบคุมตัวได้โดยโยละม่อมก่อนนำตัวมาทำการสอบสวน และควบคุมตัวไว้ที่ห้องขังของ สภ.คูเมือง เพื่อเตรียมนำตัวส่งเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ต่อไป

เผยนาทีแหกคุก ตัดลูกกรงห้องเยี่ยมญาติ

สอบสวน นักโทษชาย ธันยะพงศ์ ให้การยอมรับสารภาพว่า วันเกิดเหตุตนเองพร้อมกลุ่มนักโทษ ได้ทำการทุบกำแพงพร้อมตัดกรงเหล็ก ออกมาจากบริเวณช่องทางเยี่ยมญาติของเรือนจำบุรีรัมย์ แล้วพากันวิ่งหลบหนีข้างกำแพงเรือนจำ วิ่งอ้อมไปทางด้านหลังเรือนจำ พอไปถึงโรงแรมหรือหอพักได้พากันเข้าไปขโมยเสื้อผ้า และรถจักรยานยนต์ขับหลบหนี โดยได้แยกย้ายกันหลบหนี

วิ่งตกบ่อระเบิดหิน เลยซ่อนตัวถึงเที่ยงคืน

ระหว่างนั้นได้วิ่งตกลงไปในบ่อระเบิดหิน และได้หลบซ่อนตัวอยู่ในระเบิดหิน กระทั่งเวลาประมาณเที่ยงคืน ตนจึงได้ปีนขึ้นมาจากบ่อระเบิดหิน แล้วไปเอารถจักรยานยนต์ที่จอดทิ้งไว้บริเวณหอพักของน้องสาว ที่หมู่บ้านโคกเขา ต.เสม็ด อ.เมืองบุรีรัมย์ ที่ตนได้ฝากไว้ก่อนถูกจับกุม แล้วขับหลบหนีมุ่งหน้ามาที่หมู่บ้านโนนเมือง ซึ่งเป็นบ้านเกิด โดยได้ซุกซ่อนตัวอยู่ในป่า กระทั่งช่วงสายทราบว่าได้มีตำรวจมาติดตามจับกุมตัว จึงได้จอดรถจักรยานยนต์ทิ้งไว้ และถอดเสื้อผ้าทิ้งไว้ ก่อนจะเดินหลบหนีและซุกซ่อนตัวอยู่ตามป่า และทุ่งนาเรื่อยมา จนถึงหมู่บ้านผักกาดหญ้า และมาถูกจับกุมตัวได้

เผยขาใหญ่เรียกประชุม ลงมติแหกคุก

นักโทษชาย ธันยะพงศ์ บอกด้วยว่าเหตุการณ์จลาจลครั้งนี้ ตนทราบเพียงว่าก่อนหน้านี้ได้มีขาใหญ่ในเรือนจำ ได้เรียกตัวพ่อบ้านของแต่ละบ้าน คือขาใหญ่ของนักโทษแต่ละอำเภอ ไปพูดพูดคุยกันว่าจะทำการแหกคุกในวันที่ 29 มี.ค.63 โดยในระหว่างที่ตนกำลังนั่งกินข้าวต้มอยู่ ได้เห็นเพื่อนนักโทษลุกฮือก่อเหตุจลาจล ตนจึงได้ไปร่วมกับเพื่อนนักโทษช่วยกันทุบทำลายกำแพงประตู และตัดกรงเหล็กแล้วทำการหลบหนี

เพิ่งพ้นโทษ-ถูกจับอีกพร้อมแฟน ทำร้าย ตร.เจ็บ 3 นาย

สำหรับ นักโทษชาย ธันยะพงศ์ ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชป.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์ จับกุมตัวได้พร้อมกับแฟนสาว ที่หมู่บ้านโคกเพชร ต.พรสำราญ อ.คูเมือง ได้พร้อมของกลางยาบ้า 1,000 กว่าเม็ด ยาไอซ์จำนวนหนึ่ง อาวุธปืนพกสั้นขนาด .357 จำนวน 1 กระบอก และเครื่องกระสุนปืนอีกกว่า 100 นัด โดยขณะทำการจับกุม นักโทษชาย ธันยะพงศ์ ได้ทำการต่อสู้ขัดขวางเจ้าหน้าที่ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุด ชป.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์ ได้รับบาดเจ็บถึง 3 นาย นอกจากนี้ นักโทษชาย ธันยะพงศ์ ยังเคยต้องโทษในคดียาเสพติดมาแล้ว และเพิ่งพ้นโทษมาได้เมื่อประมาณต้นเดือนมกราคม 2563 ที่ผ่านมา ก่อนจะถูกจับกุมอีกครั้ง.