เตรียมความพร้อมท่องเที่ยวหลังหมดโควิด-19 สิ่งดีๆที่ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยกำลังคาดหมาย

ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมาที่จำเป็นต้องหยุดเชื้อเพื่อชาติ จะต้องหนีโควิด-19 มิได้ออกไปไหนบางบุคคลจำต้องปฏิบัติงานอยู่กับบ้าน จะต้องดำเนินชีวิตอยู่กับบ้าน และก็คนไม่ใช่น้อยจะต้องว่างงานเพราะเหตุว่าพิษโควิด-19 ดังเช่น ห้างฯใหญ่ๆจะต้องปิดตัวลง และก็รัฐบาลจะต้องสั่งปิดประเทศไม่ให้คนต่างประเทศเดินทางเข้ามาในประเทศไทย เพราะว่าถ้าหากคนประเทศอื่นเข้ามาในประเทศมากมายก่ายกองจะควบคุมยาก และก็ยังจะนำเชื้อไวรัสโควิด-19 เข้ามาแพร่ระบาดให้ชาวไทยพวกเรา

ปัจจุบันนี้แม้เหตุการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19 เริ่มคลี่คลายกันแล้ว ร้านค้า , หรือห้องอาหารเริ่มทยอยกลับมาเปิดให้บริการกันอีกรอบ แต่ว่าพวกเราก็จะต้องคุ้มครองปกป้องและก็รอบคอบเชื้อไวรัสโควิด-19 กันอยู่ แม้กระนั้นไม่ต้องรีบนะครับไม่ต้องรีบไปไปเที่ยวห้างฯ เพราะเหตุว่าห้างพึ่งจะเปิดรวมทั้งยังจำต้องเปิดอีกนาน คอยให้เหตุการณ์มันดียิ่งขึ้นกว่านี้ หรือรอคอยกระทั่งจะมีวัคซีนฉีดคุ้มครองป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ซะก่อนแล้วพวกเราค่อยนอนใจ ในขณะนี้ต้องการท่องเที่ยวไหน หรือต้องการทำอะไรคิดล่วงหน้าไว้ก่อนเลยนะครับ หรือคิดแผนไว้ล่วงหน้าได้ก่อนเลย

เสมือนผมเลยขอรับว่าหากหมดโควิดแล้วผมจะท่องเที่ยวไหนต้องการรับประทานอะไร แต่ว่าก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาสองเดือนที่ผ่านมาพวกเราก็กินได้นะ สั่งเดลิเวอปรี่มากินที่บ้าน แม้กระนั้นมันก็ไม่ราวกับเปลืองที่ร้านค้าล่ะครับผม บรรยากาศมันคนละอย่าง ฟิลมันมิได้จริงๆต้องการรับประทานสเต็กที่ Santafe ซึ่งจำเป็นต้องนั่งเปลืองที่ร้านค้าได้สิ่งเดียว ไม่มีบริการสั่งเดลิเวอปรี่มากินที่บ้าน เนื่องจากกว่าจะมาส่งถึงก็เย็นจืดจางกันพอดิบพอดี แล้วก็พวกเคเอฟซี เอ็มเค จำต้องนั่งเปลืองที่โต๊ะ ที่ร้านค้าของมันถึงจะได้อารมณ์ได้บรรยากาศ อยากได้เดินห้างไปเดือนดูหนัง

เวลานี้ก็ได้เพียงแค่คิดเพียงแค่คิดแผนเอาไว้ทำเป็นเพียงแค่ต้องการเท่านั้นล่ะครับผม เนื่องจากในช่วงเวลานี้ห้างเพิ่งเปิดใหม่ๆมันมีขั้นตอนที่ยุ่งยากเยอะแยะ จำต้องเช็คอินด้วยแอพไทยชนะ จะต้องวัดไข้เข้าออกจำต้องล้างมือด้วยเจลล้างมือ ผมเองไม่ต้องการที่จะไปที่คนเยอะๆหรอกนะครับ แม้กระนั้นผมก็คอยได้ คอยให้มันหมดโควิด-19 เสียก่อนค่อยออกท่องเที่ยว อย่างงี้คงจะไม่เป็นอันตรายกว่า

มองแคลลอรี่ของกินทุกมื้อที่กิน เพื่อจะได้ไม่อ้วน

เด็กๆอ้วนแล้วสวยมองตุ้ยนุ้ยดี แม้กระนั้นถ้าเกิดคนแก่อ้วนมากมายๆไม่น่ารัก ด้วยเหตุว่าการที่พวกเราอ้วนมากมายๆเสี่ยงที่จะทำให้เป็นโรคภัยไข้เจ็บได้เอาง่าย ทั้งยังยังไม่คล่องแคล่ว ขยับเขยื้อนตัวได้ทุกข์ยากลำบาก รวมทั้งเวลาทำอะไรเล็กน้อยก็อ่อนล้าง่ายอีกด้วย แล้วก็จะแต่งตัวอะไรก็มองไม่สวยไม่หล่อ และก็เสื้อผ้าก็หาไซส์ยากอีกด้วย หาแฟนยังหายากเลยขอรับ

ผมคนนึงละที่ต้องการมีคู่รักหุ่นดีงามๆสวยๆไม่ต้องการที่จะอยากได้แฟนอ้วนหรอก เวลาควงไปไหนไม่น่าดูเอาซะเลย แล้วเวลาลดหุ่นลดยากด้วยขอรับ แต่ว่าใช่จะลดมิได้นะ ถ้าเกิดจะลดนี่จะต้องมองตั้งแต่การกิน มองว่าพวกเรามีมวลร่างกายมากแค่ไหนในทุกๆวันพวกเราใช้พลังงานไปทั้งผองกี่แคลลอรี่พวกเราจำต้องรับประทานให้น้อยกว่าที่พวกเราใช้ไป เท่านี้พวกเราก็สามารถลดหุ่นได้แล้ว และก็พวกเราจะต้องควบคุมเรื่องการกินอาหารด้วยนะ
– ไม่รับประทานของทอดของมัน
– ไม่ดื่มน้ำหวาน น้ำอัดลมต่างๆ
– ไม่รับประทานชา กาแฟ
– ไม่รับประทานแป้ง
– รับประทานผักและผลไม้มาก
– ดื่มน้ำไม่จำนวนไม่ใช่น้อย
– รับประทานเข้าไปให้น้อยคัดแยกออกให้มากมายกว่าที่เอาเข้าไป
– บริหารร่างกายทุกเมื่อเชื่อวันๆละ 60 นาที ตรงเวลา 5 วันใน 1 อาทิตย์
– ภายหลังจากรับประทานอาหารเย็นแล้วไม่รับประทานอะไรอีก

เหล่านี้เป็นเงาแนวทางเบสิคเบื้องต้นกล้วยๆที่หาอ่านได้ตามอินเตอร์เน็ต บางบุคคลเค้าโครงใหญ่กระดูกใหญ่อ้วนง่าย แต่ว่าพวกเราต่างก็รู้จักเลือกรับประทาน อย่าง มื้อยามเช้ารับประทานจำนวนไม่ใช่น้อยจัดหนักๆได้ มื้อกลางวันก็ยังรับประทานมากมายได้อยู่ มื้อเย็นรับประทานให้น้อยรับประทานราวกับยาจกนะล่ะ ย้ำผักจำนวนมากหน่อย รวมทั้งภายหลังจากทานข้าวไม่รับประทานอะไรกระจุกกระจิกอีก กินน้ำไม่จำนวนไม่ใช่น้อยทดลองทำมองกล้วยๆเท่านี้เพียงแค่เดือนสองเดือนยืนยันผอมบางลงแน่ๆ

หรือจะเอาอีก 1 แนวทางเป็น นับแคลลอรี่ตั้งแต่มื้อแรกที่รับประทานจวบจนกระทั่งมื้อในที่สุดของวัน ว่าข้าวแต่ละทัพพีเป็นกี่แคลลอรี่อาหารแต่ละจานที่พวกเรารับประทานไปมันกี่แคลลอรี่กันแน่ บวกเลยพากเพียรไม่ให้เกิน แล้วก็ตอนค่ำๆมานะบริหารร่างกายให้นานที่สุดออกให้สูงที่สุด ระหว่างวันพากเพียรเดินให้มากที่สุด อย่านั่งอยู่กับโต๊ะทำงานนานๆ

ราชทูตประเทศเกาหลีใต้ขอไทยปลดรายนามพ้นประเทศเขตโรคติดต่ออันตราย

เอกอัครราชทูตประเทศเกาหลีใต้ ขอไทยปลดรายนามออกมาจากประเทศเขตโรคติดต่ออันตราย ด้วยเหตุว่าสองประเทศควบคุมวัววิด-19 ได้ ย้ำควรมีการเดินทางติดต่อเพื่อเศรษฐกิจฟื้น

วันนี้ (14เดือนพฤษภาคม63) นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ได้มีการปรึกษาหารือและขอคำแนะนำ กับนายนายลี อุก-ฮ็อน (Mr. Lee Wook-heon) เอกอัครราชทูตประเทศเกาหลีใต้ประจำเมืองไทย พร้อมเผยออกมาว่า ทางประเทศเกาหลีใต้ได้ปรึกษาหารือถึงขั้นตอนการลดหย่อนให้นักธุรกิจ รวมทั้งภาคเอกชนของประเทศเกาหลีใต้ เดินทางมาพูดจาธุรกิจในไทยได้ซึ่งจพควรจะมีการขอคำแนะนำกับกระทรวงการต่างประเทศ ถึงความเป็นไปได้ สำหรับการเดินทางเข้ามา ซึ่งควรจะเป็นไปตามมาตรฐานของสาธารณสุข รวมทั้งศูนย์บริหารเหตุการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.) จะเป็นคนพิจารณา

ด้านนายกอบศักดา ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกฯข้างการบ้านการเมือง เผยออกมาว่า ประเทศเกาหลีใต้ได้ขอให้ไทยผ่อนผันการเดินทางให้กับนักธุรกิจรวมทั้งภาคเอกชน เข้าประเทศ ราวที่ประเทศเกาหลีใต้ ลดหย่อนให้ จีน ฮังการี แล้วก็ เวียดนาม โดยมีการตรวจสุขภาพ กักบริเวณตรวจทานอาการถึง 2 ครั้ง ก่อนจะให้เดินทางประเทศ ซึ่งการกักอาจไม่ถึง 14 วัน ทั้งยังเหตุการณ์วัววิด ในไทย รวมทั้งประเทศเกาหลีใต้ เริ่มที่บรรเทาบ้าง เนื่องจากแต่ละประเทศเจอปัญหาวัววิด-19 แม้กระนั้นปัญหาใหญ่เป็นเรื่องเศรษฐกิจ ที่จะจะต้องขับเพื่อมีการเดินทาง ค้าขาย แล้วก็ลงทุน

ยิ่งกว่านั้นยังขอให้ไทยปลดรายนามประเทศเกาหลีใต้ออกมาจากประเทศเขตโรคติดต่ออันตราย ในเวลาเดียวกันนี้ ยังประเทศอื่นที่พอใจแล้วก็ติดต่อขอให้ไทยผ่อนผันการเดินทางเข้าประเทศ เป็นต้นว่า ประเทศฮ่องกง ที่มีความน่าจะเป็นเนื่องจากว่าคุมสถานการณ์วัววิดได้บ่างแล้ว เหมือนกันกับประเทศ ที่บริหารจัดแจงวัววิด-19 ก้าวหน้า จนกระทั่งมีหลายประเทศติดต่อเข้ามา ส่วนธุรกิจภาคท่องเที่ยวยังไม่สามารถเปิดได้ ซึ่งประเด็นนี้จำต้องใช้เวลารวมทั้งปรึกษาหารือกับกระทรวงการต่างประเทศ

ร้านค้าปิ้งย่างโอดครวญ กฎเกณฑ์ “นั่งได้โต๊ะละคน” เปิดไปก็ไม่คุ้มค่าการลงทุน

เถ้าแก่บาร์บีคิว ปิ้งย่างบุฟเฟต์มีชื่อเสียงเมืองทิศเหนือฯ เปิดเผยยังไม่เปิดร้านให้นั่งรับประทาน ด้วยเหตุว่าหลักเกณฑ์ “กินได้โต๊ะละ 1 คน” ไม่เหมาะสมกับร้านค้าชนิดที่เก็บเงินเป็นรายหัว ทำไปก็ไม่คุ้มค่ากับการลงทุน

บ่ายวันที่ 2 พ.ค. นักข่าวเดินทางไปที่ร้านค้า “เอสบาร์บีคิว” ปิ้งย่างบุฟเฟต์ ตั้งอยู่เลขที่ 489/6 ถนนหนทางธรรมเจดีย์ เขตเทศบาลนครจังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นห้องอาหารมีชื่อเมืองจังหวัดอุดรธานี จัดอยู่ในจำพวก ปิ้ง ปิ้ง เนื้อ หมู รวมทั้งอาหารทะเล แบบบุฟเฟต์ มีบุคลากรให้บริการจัดของกินส่งถึงโต๊ะ ราคาคนละ 209 บาท ซึ่งจัดอยู่ในชนิดร้านค้าหมูกระทะ เนื้อย่าง ชาบู แต่ว่าวันนี้จะต้องปิดบริการแบบนั่งกินในร้านค้า ให้บริการแบบสั่งซื้อกลับไปเปลืองที่บ้าน ซึ่งทางร้านค้าได้จัดเจลล้างมือ จุดสั่งอาหาร แล้วก็เก้าอี้รอคอยรับของกินที่สั่งห่างกัน 2 เมตร ตามมาตรฐานที่ระบุ

นายสุทัศน์ จันทรโคตร อายุ 42 ปี เถ้าแก่ เผยออกมาว่า เปิดร้าน “เอสบาร์บีคิว” ปิ้งย่าง แบบบุฟเฟต์ ตั้งแต่ปี 2548 มีทั้งหมดทั้งปวง 80 โต๊ะ มีบุคลากร 50 คน เป็นพนักงานประจำ 20 คน บุคลากรพาร์ทไทม์รายวัน 30 คน มีลูกค้าเฉลี่ยแล้ววันละ 150-200 คน มิได้ให้ลูกค้าตักของกินเอง แต่ว่าจะพนักงานที่มีหน้าที่สำหรับบริการส่งของกินถึงโต๊ะ ร้านค้าถูกจัดอยู่ในประเภทเดียวกับร้านค้าหมูกระทะ เนื้อย่าง ชาบู ลูกค้าจำนวนมากจะมารับทานกันแบบครอบครัว และก็เพื่อนพ้อง

ภายหลังจากพบวิกฤติวัววิด-19 มีประกาศของทางจังหวัดให้ปิดบริการแบบนั่งโต๊ะกินที่ร้านค้า บุคลากรพาร์ทไทม์จำต้องหยุดดำเนินการ เหลือพนักงานประจำจำเป็นต้องเวียนกันมาปฏิบัติงาน เฉลี่ยแล้ววันละ 10 กว่าวัน เพื่อมาเตรียมของกินให้ลูกค้าสั่งกลับไปรับประทานบ้านทุกๆวัน ตอนที่ลูกค้าหายไป 70-80 เปอร์เซ็นต์

“ผ่านมา 1 เดือน รัฐบาลได้ผ่อนผันให้เปิดร้านของกินได้ แต่ว่าร้านค้าหมูกระทะ เนื้อย่าง ชาบู ให้ตั้งกินได้โต๊ะละ 1 คน ซึ่งที่ร้านค้าจัดอยู่ประเภทเดียวกันกับหมูกระทะ ก็คงเปิดมิได้ ด้วยเหตุว่าไม่คุ้มกับทุน ด้วยเหตุว่าส่วนสำคัญของบุฟเฟต์หมายถึงกรุ๊ปครอบครัว กรุ๊ปเพื่อนพ้อง ลูกค้ามาใช้บริการโต๊ะละ 4-5 คน หากให้มานั่งกินผู้เดียว ลูกค้าอาจจะไม่มาใช้บริการ เปิดไปก็อาจไม่คุ้มกับทุน คงจะจำต้องทำแบบสั่งกลับไปรับประทานบ้านก่อน ซึ่งยอดจำหน่ายตกลงไปปราว 70-80 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากจะเป็นขาประจำ สั่งกลับไปเปลืองที่บ้าน ก็ได้คนละอธิบายกาศ แต่ว่ากินที่ร้านค้าจะคุ้มมากยิ่งกว่าสั่งกลับไปเปลืองที่บ้าน แม้กระนั้นหากจะมาให้จัดโต๊ะห่างกัน 2 เมตร นั่งได้โต๊ะละ 1 คน ร้านค้าอาจจะไม่จัด แล้วก็คงจะปลอดคนมานั่งกิน”

ดังนี้ ต้องการที่จะให้รัฐบาลตัดระเบียบแบบแผนใหม่ ย้ำในลักษณะจัดร้านค้า ให้ข้าราชการมาตรวจการ ถ้าเกิดไม่ผ่าน ก็ให้ร้านค้าหยุดไป ซึ่งทางผู้ประกอบกิจการทำเป็นอยู่แล้ว ทางร้านค้ามีเจลแอลกอฮอล์ รวมทั้งที่วัดอุณหภูมิ บุคลากรใส่หน้ากากอนามัยทุกคน แต่ว่าหากมาบังคับใช้ให้นั่งกินโต๊ะละ 1 คน คงมิได้ ไม่มีลูกค้ามาใช้บริการอย่างเดิมแน่ ไม่กำเนิดผลดี

แม้กระนั้น ถ้าหากให้จัดโต๊ะนั่งรับประทานแบบครอบครัว ห่างกันโต๊ะละ 1-2 เมตร ร้านค้าสามารถเปิดได้ ขั้นต่ำก็สามารถที่จะช่วยให้มีการว่าจ้างบุคลากรอีกเท่าตัวเป็น 20 คน ภาวนาให้รัฐบาลลดหย่อนให้เปิดบริการข้างในเดือนนี้ เพราะเหตุว่าพนักงานประจำยังได้เงินจากประกันสังคม แม้กระนั้นบุคลากรพาร์ทไทม์ ซึ่งโดยมากเป็นเด็กนักเรียน นิสิตไม่มีรายได้ ส่วนตนแบกภาระร้านค้าด้วยการจ่ายโบนัส แล้วก็ปรับเงินเดือนให้เพิ่มขึ้นให้บุคลากรมา 2 ปี เนื่องด้วยเศรษฐกิจไม่ดี ยิ่งมาพบวิกฤติวัววิ-19 เข้าไปอีกก็เลยจำเป็นต้องไปขอพักใช้หนี้ที่แบงค์ไว้ก่อน

มทภ.4 – ผู้ว่าฯสงขลา ตรวจด่านปาดังเบซาร์ พบมีผู้ลักลอบผ่านช่องทางธรรมชาติ

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 29 เม.ย.63 ที่จุดผ่านด่านถาวรปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะ ผอ.รมน.ภาค 4 พร้อมนายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายอำพน พงษ์สุวรรณ รองผู้ว่าราชการ จ.สงขลา นายชวกิจจ์ สุวรรณคีรี นายอำเภอสะเดา ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้ารับคนไทยตกค้างในมาเลเซียผ่านด่านพรมแดนปาดังเบซาร์ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา แทนด่านสะเดา ซึ่งปิดปรับปรุงชั่วคราว หลังจากตรวจพบเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสงขลา ปฏิบัติหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองสะเดา ติดเชื้อโควิด-19 จำนวนมาก

จากนั้น แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เดินทางไปยังหลักเขตที่ 17 ห่างจากด่านศุลกากรปาดังเบาร์ 7 กม.ซึ่งเป็นช่องทางธรรมชาติ ที่มีแรงงานต่างด้าวลักลอบใช้เป็นช่องทางเข้าประเทศ รวมทั้งเป็นจุดส่งยาเสพติดประเภทใบกระท่อม ทางทหาร กรมทหารราบที่ 5 ได้ทำการลาดตระเวนร่วมกับ ตชด. 437 ตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถจับกุมตัว แรงงานต่างด้าวได้ 7 คน ส่ง สภ.สะเดา ดำเนินคดี

นอกจากนี้ แม่ทัพภาค 4 ได้เดินทักทายคนไทยที่จุดคัดกรองด้วยความเป็นห่วง และตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ และดูการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการคัดกรองผู้เข้าข่ายเฝ้าระวัง โควิด-19 พร้อมให้สัมภาษณ์แสดงความมั่นใจว่า คนไทยในมาเลย์ที่เข้ามาไม่มีการติดเชื้อ กว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังไม่พบคนไทยที่ลงทะเบียนกลับไทยติดเชื้อโควิท แม่แต่รายเดียว

“ตลอดแนว 640 กม. ดีขึ้นมาก ผมเพิ่งกลับมาจากจังหวัดสตูล ชาวบ้านให้ความร่วมมือ คนไทยที่เข้าไม่มีปัญหาเรื่องกักตัว 14 วัน ทั้งนี้ได้เน้นย้ำให้เฝ้าระวังคนไทยบางกลุ่ม ที่ลักลอบเข้าไปทำงานในมาเลเซียโดยผิดกฎหมายอาจจะใช้ช่องทางธรรมชาติกลับไทย โดยไม่ผ่านการคัดกรอง ซึ่งจะทำให้สถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่ภาคใต้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด เพราะมาเลเซียก็อยู่ในประเทศกลุ่มเสี่ยง” พล.ท.พรศักดิ์กล่าว

ด้าน นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าฯสงขลา กล่าวเพิ่มว่า การใช้ด่านปาดังเบซาร์ ชั่วคราวเพียง 7 วันซึ่งจะครบกำหนด 30 นี้ คณะกรรมการระดับจังหวัดได้พิจารณาเห็นว่าด่านปาดังซาร์มีความเหมาะสมหลายด้าน เช่น การแยกพื้นที่การขนส่งสินค้ากับช่องทางนักท่องเที่ยว มีความคล่องตัวของเจ้าหน้าที่คัดกรอง ไม่แออัด จึงได้นำเสนอให้ใช้ด่านปาดังเบซาร์จนกว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติ.

วิปรัฐฯ มีมติ ไม่เห็นด้วย ฝ่ายค้าน เสนอ เปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ

นายวิรัช รัตนเศรษฐ วิปรัฐบาล มีมติ ไม่เห็นด้วย เปิด “สภาสมัยวิสามัญ” ชี้ ข้อเสนอ “ฝ่ายค้าน” ไม่มีอะไรเร่งด่วน ขณะตอนนี้ รัฐบาล ลุยเต็มสูบ แก้ “โควิด-19” อยู่แล้ว

เมื่อวันที่ 27 เม.ย.63 นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล เปิดเผยว่า ในวันเดียวกันนี้ ตนได้หารือร่วมกับแกนนำวิปรัฐบาล อาทิ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองประธานวิปรัฐบาล ผ่านทางโทรศัพท์ ถึงกรณีที่พรรคร่วมฝ่ายค้าน เสนอให้เปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาอนุมัติ พ.ร.ก.กู้เงินหรือไม่ รวมถึงเพื่อระดมสมองแก้ปัญหาการระบาดของไวรัสโควิด-19 ว่า การหารือร่วมกันของวิปรัฐบาล มีมติไม่เห็นด้วย กับพรรคร่วมฝ่ายค้าน ในการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ เนื่องจากการประชุมสภาสมัยสามัญ จะมีกำหนดเปิดประชุมในวันที่ 22 พ.ค.นี้ อยู่แล้ว โดยเมื่อมีพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุม ก็เป็นหน้าที่ของประธานสภา จะได้ดำเนินการต่อไป

“ในส่วนข้อเสนอของพรรคร่วมฝ่ายค้านนั้น ขณะนี้ยังไม่เห็นว่ามีเรื่องอะไรที่เป็นวาระเร่งด่วนที่จะต้องเปิดประชุมสมัยวิสามัญ เพราะรัฐบาลก็กำลังเร่งแก้ปัญหาการระบาดของโควิด-19 อย่างเต็มที่อยู่แล้ว จึงขอให้เป็นกำลังใจในการทำงานให้รัฐบาลดีกว่า” นายวิรัช กล่าว

คาดการณ์เลวร้ายสุด หากกลับมาระบาดซ้ำ อาจเจอผู้ป่วยถึง 2,000 คนต่อวัน

โฆษก ศบค. เผยคาดการณ์แนวโน้มการเกิดโรค 3 เดือนต่อจากนี้ กรณีเลวร้ายสุด หากกลับมาระบาดซ้ำ อาจเจอคนป่วยถึง 500-2,000 ต่อวัน

วันที่ 27 เม.ย. 2563 นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เปิดเผยการคาดการณ์แนวโน้มการเกิดโรคในช่วงเดือน พ.ค. – ก.ค. เป็นการรายงานของปลัดกระทรวงสาธารณสุขในที่ประชุม ศบค. วันนี้ โดยแบ่งเป็น 3 กรณี คือ

1. สถานการณ์ควบคุมได้เต็มที่

โดยที่ยังต้องคงมาตรการ ห้ามการเดินทางเข้าประเทศ จำกัดการเคลื่อนย้ายภายในประเทศ และคงมาตรการปิดสถานที่ต่างๆ อาจจะพบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ได้ประมาณ 15-30 รายต่อวัน ในกลุ่มผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย, จากการค้นหาเพิ่มเติม และการค้นหาเชิงรุกในชุมชน

2. สถานการณ์ควบคุมได้มีความเสี่ยงต่ำ การระบาดอยู่ในวงจำกัด ระบบสาธารณสุขรองรับได้

มาตรการคือ ชะลอการเข้าประเทศโดยมี State Quarantine และ Local Quarantine เปิดให้ภาคธุรกิจที่มีความเสี่ยงต่ำดำเนินกิจการได้ อาจพบผู้ป่วยราว 40-70 รายต่อวัน ทั้งจากกลุ่มผู้ป่วยรายใหม่, ผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย และคนเดินทางเข้าประเทศ

3. สถานการณ์ควบคุมได้ยาก มีการระบาดซ้ำคล้ายช่วงเหตุการณ์ระบาดจากสนามมวย สถานบันเทิง

กรณีมีการเคลื่อนย้ายประชากรจำนวนมาก ทั้งภายในและระหว่างประเทศ โดยไม่มีการกักกันติดตาม อาจจะทำให้พบผู้ป่วย 500-2,000 รายต่อวัน ในเดือน มิ.ย. – ก.ค. และระบบสาธารณสุขอาจไม่เพียงพอในการรักษาผู้ป่วย

ทั้งนี้ การพยากรณ์คนไข้ระหว่าง พ.ค. – ก.ค. จะอยู่ที่ 46,596 ราย กรณีความเสี่ยงต่ำ 4,661 ราย และกรณีการดำเนินมาตรการเข้มข้นเช่นที่ผ่านมา พยากรณ์ผู้ป่วยจะอยู่ที่ 1,189 ราย.

มาตามนัด ไข่ใบละบาท แจกเพิ่มเครื่องอุปโภค-บริโภค สู้ภัยโควิค-19

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 17 เม.ย. ที่ตลาดนัด ไทยช่วยไทย สู้ภัยโควิค หน้าโรงพยาบาลวิหารแดง อ.วิหารแดง จ.สระบุรี ได้จัดขายไข่ไก่ฟองละ 1 บาท ปากดุกกู้ชาติ 3 กิโล 100 บาท ไก่กู้ชาติ ตัวหนัก 4 กิโลกรัม ขายตัวละ 100 บาท ตามที่เคยนัดหมายเอาไว้กับชาวบ้าน

โดยพิเศษ ศุกร์ นี้ พระอาจารย์ พิภพ เจ้าอาวาส วัดเขาแก้วธรรมาราม อ.วิหารแดง จ.สระบุรี พระครูวิบูลรัตโนภาส เจ้าอาวาส วัดหล่อเจริญราษฎร์วราราม อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา มาดามแม่ ดร.ต้นบุญ วิสาขา ประธานมูลนิธิต้นบุญ และผู้มีจิตศัทธาอีกหลายราย

ร่วมกันแจกข้าวสารคนละ 1 ถุง เฉพาะข้าวเหนียวหมู 300 กล่อง มี บะหมี่ ผัดหมี่ น้ำ อาหารแห้ง หน้ากากอนามัย หน้ากากผ้า อีกจำนวนมาก มีประชาชนแห่มารับแจกอย่างเนื่องแน่นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ฝ่ายทหารต้องมาจัดระเบียบ ให้เว้นระยะห่างกัน

เกษตรจันทบุรี จับมือไปรษณีย์ ร่วมส่งผลไม้จากสวนตรงถึงลูกค้า ผ่าน EMS

เกษตรจันทบุรี จับมือไปรษณีย์นายายอาม ช่วยชาวสวนผลไม้ ทุเรียน จัดโปรโมชั่นช่วงโควิด-19 ระบาด ไม่ต้องออกจากบ้าน ปณ.รับผลไม้ถึงสวน ส่ง EMS ถึงบ้านลูกค้า หนุนการขายออนไลน์ ตัดตรงพ่อค้าคนกลาง

เมื่อวันที่ 17 เม.ย.63 นายปิยะ สมัครพงศ์ เกษตร จ.จันทบุรี เปิดเผยว่า ด้วยสถานการณ์ของ จ.จันทบุรี ที่อยู่ในช่วงผลไม้มีผลผลิตกระจายออกสู่ตลาดในฤดูกาลผลิตปีนี้ ประกอบกับระบบการขนส่งต่างๆ ติดขัดเนื่องมาจากปัญหาสถานการณ์เรื่องโรคระบาดไวรัสโควิด-19 จนส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ซึ่งทางรัฐบาลได้ประกาศ พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อเป็นมาตรการป้องกันการระบาดของโรคดังกล่าว ในส่วนของเกษตรกรชาวสวนต้องได้รับผลกระทบตามไปด้วย

เกษตร จ.จันทบุรี กล่าวต่อว่า สำนักงานเกษตร จ.จันทบุรี จึงได้ขอความร่วมมือกับ บริษัท ไปรษณีย์ไทย ในการออกมาตรการช่วยเหลือชาวสวน โดยเฉพาะทุเรียนที่มีผลผลิตทยอยออกสู่ตลาดกันแล้ว และตัวเกษตรกรที่หันมาขายทุเรียนให้กับผู้บริโภคโดยตรง ในรูปแบบออนไลน์กันเพิ่มขึ้น จึงได้ทำ MOU ลงนามทางด้านการขนส่งทุเรียนในราคาถูกพิเศษ ด้วยรูปแบบ EMS ที่ใช้ระยะขนส่งจากต้นทางไปยังจังหวัดปลายทางรวดเร็ว กว่าส่งแบบพัสดุภัณฑ์ปกติ

ด้าน นายวีรพล ทำสวน หัวหน้าไปรษณีย์นายายอาม จ.จันทบุรี กล่าวว่า ภายใต้ความร่วมมือนี้ทางไปรษณีย์ รับผิดชอบในการกระจายผลิตทางการเกษตร เพื่อถึงผู้บริโภคโดยตรง ด้วยการเข้ารับทุเรียนถึงภายในสวน ด้วยกติกาที่แสนง่าย โดยเจ้าของสวนต้องทำการบรรจุภัณฑ์ทุเรียนลงกล่องให้เรียบร้อยอย่างดี พร้อมระบุน้ำหนักที่ชั่งไว้แต่ละกล่อง เสร็จแล้วติดต่อไปยังไปรษณีย์แต่ละท้องที่ ก็จะเข้ามารับพัสดุภัณฑ์ถึงในสวน พร้อมกับราคาพิเศษที่ได้ทำบันทึกข้อตกลงร่วมกับทางกระทรวงเกษตรฯ โดยเริ่มต้นด้วยน้ำหนักไม่เกิน 3 กิโลกรัม ในราคา 50 บาท และต้องเพิ่ม 10 บาทต่อ 1 กิโลกรัม แต่ต้องไม่เกิน 20 กิโลกรัมต่อกล่อง พร้อมระบุในพื้นที่เขตภาคกลาง โดยส่งวันนี้ พรุ่งนี้ลูกค้าได้ก็รับสินค้าถึงบ้าน

หัวหน้าไปรษณีย์นายายอาม จ.จันทบุรี กล่าวด้วยว่า มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนดังกล่าว ระหว่างกระทรวงเกษตรฯ และบริษัทไปรษณีย์ไทย เป็นผลมาจากตัวเกษตรกรมีทางเลือกในการกระจายผลผลิตคุณภาพ หรือจำหน่ายเองโดยตรงถึงผู้บริโภค ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ในช่วงที่มีการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ต้องทำเอาขนส่งเอกชนงดรับขนส่งสินค้าประเภทอาหารสดและผลไม้ เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นเนื่องจากการขนส่งที่ล่าช้าในช่วงนี้.

กรุงผวาอีกรอบ! กทม.ตรวจโควิดเชิงรุก เจอติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 5

กรุงผวาอีกรอบ! กทม.ตรวจ โควิด เชิงรุก เจอติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 5 จากยอดตรวจ 874 คน ก่อนส่งตัวเข้ารับการรักษาตามขั้นตอนที่โรงพยาบาลในสังกัดแล้ว

เมื่อวันที่ 17 เม.ย. ที่ศาลาว่าการกทม. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) กรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 26 โดยมีพล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่าฯ กทม. นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร คณะโฆษกผู้แทนสำนัก ผู้แทนกลุ่มเขต และผู้แทนส่วนราชการในสังกัดกรุงเทพมหานครร่วมประชุม

พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า ที่ประชุมได้รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยวันนี้ (17 เม.ย.63) ในพื้นที่กรุงเทพฯ มียอดผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มขึ้น 22 คน ยอดผู้ป่วยสะสมรวม 1,371 คน ผู้ป่วยรักษาหายสามารถกลับบ้านได้เพิ่มขึ้น 43 คน ยอดรวมผู้ป่วยรักษาหาย 1,152 คน ผู้ป่วยอยู่ระหว่างการรักษา 344 คน

สำหรับความคืบหน้าของการตรวจคัดกรองเชิงรุกโดยระบบ BKK COVID-19 ซึ่งกทม.ร่วมกับเพจหมอแล็บแพนด้า ลงพื้นที่ให้บริการเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่ง เพื่อทดสอบการติดเชื้อค้นหาผู้ได้รับเชื้อ ทั้งผู้ที่มีอาการและไม่มีอาการ

จากการตรวจคัดกรองดังกล่าวพบผู้ได้รับเชื้อรายใหม่เพิ่ม 5 ราย จากยอดตรวจ 874 ราย โดยส่งตัวเข้ารับการรักษาตามขั้นตอนที่โรงพยาบาลในสังกัดเรียบร้อยแล้ว จากการตรวจพบผู้ได้รับเชื้อดังกล่าว ทำให้สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อ เป็นการป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่กระจายขยายวงออกไป

ส่วนผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประจำด่านคัดกรองการเดินทางเข้าสู่กรุงเทพมหานคร เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ 13 ด่าน เมื่อวันที่ 16 เม.ย. เรียกตรวจยานพาหนะ 9,226 คัน ตรวจคัดกรองบุคคล 20,345 คน พบบุคคลเข้าข่ายเป็นกลุ่มเสี่ยง 1 คน ด้านผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประจำด่านคัดกรอง ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.-16 เม.ย.63 เรียกตรวจยานพาหนะรวมทั้งสิ้น 182,446 คัน ตรวจคัดกรองบุคคลทั้งสิ้น 399,783 คน พบบุคคลเข้าข่ายเป็นกลุ่มเสี่ยงทั้งสิ้น 69 คน

นอกจากนี้ที่ประชุมมอบหมายให้สำนักงานเขตประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนชาวมุสลิมทราบถึงประกาศจุฬาราชมนตรีเรื่อง มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวยังคงพบผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงระหว่างวันที่ 24 หรือ 25 เม.ย.63 ถึงวันที่ 23 หรือ 24 พ.ค.63 จะตรงกับเดือนรอมฎอนที่ชาวมุสลิมต้องปฏิบัติศาสนกิจการถือศีลอดและการทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งจะมีการรวมตัวกันเป็นหมู่คณะที่มัสยิด เคหสถาน หรือสถานที่ที่จัดเตรียมไว้ และในสถานการณ์ที่ยังคงพบผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่องนี้

จึงจำเป็นต้องกำหนดมาตรการเพิ่มเติม เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว ดังนี้ 1.การดูดวงจันทร์เพื่อกำหนดวันที่ 1 ของเดือนรอมฎอน ประจำปีฮิจราะห์ศักราช 1441 (พ.ศ.2563) นี้ ให้เป็นหน้าที่ของผู้ที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเท่านั้น

2.การถือศีลอดเดือนรอมฏอนให้ถือปฏิบัติตามปกติที่บทบัญญัติศาสนากำหนด ยกเว้นผู้ที่ได้รับผ่อนผันตามหลักการศาสนาเท่านั้น ทั้งนี้การแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว มิได้เป็นอุปสรรคให้งดการถือศีลอดแต่ประการใด ตลอดจนการกลืนน้ำลายที่ไม่เจือปนเศษอาหารที่อยู่ในช่องปาก ก็มิได้ทำให้การถือศีลอดบกพร่องแต่อย่างใด กลับเป็นการรักษาร่างกายและลำคอให้ชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นจึงไม่ควรถ่มน้ำลายในสถานที่สาธารณะโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อในสภาวการณ์ปัจจุบัน

3.งดการจัดเลี้ยงอาหารละศีลอดที่มัสยิด เคหสถาน หรือสถานที่ที่จัดเตรียมไว้ หากมีความประสงค์ก็ให้จัดทำอาหารปรุงสุกที่บ้านและจัดใส่ภาชนะบรรจุภัณฑ์ให้ถูกต้องตามสุขลักษณะแล้วแจกจ่ายให้แก่เพื่อนบ้านและญาติใกล้ชิดแทนการจัดเลี้ยงที่มารวมกันเป็นหมู่คณะ

4.กรณีสมาชิกในครอบครัวละศีลอดหรือรับประทานอาหารซาโฮร์ร่วมกัน ให้หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารในภาชนะร่วมกัน และให้นั่งห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร ล้างมือให้สะอาดทั้งก่อนและหลังรับประทานอาหาร

5.งดการเอี๊ยะติก๊าฟ และการละหมาดญะมาอะห์ที่เป็นชุนนะห์ (สุนัต) ประเภทต่างๆ ในค่ำคืนของเดือนรอมฎอน ได้แก่ การละหมาดตะรอเวียะห์ การละหมาดวิตร์ (วิเต็ร) และการละหมาดตะฮัจญุด ตลอดจนกิจกรรมการรวมตัวอื่นๆ ที่มัสยิด หรือในสถานที่ที่จัดเตรียมไว้

6.ให้คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดแจ้งไปยังมัสยิดในการสร้างความเข้าใจเรื่องการจ่ายซะกาตพิตร์ และฟิดยะห์ล่วงหน้า ที่สามารถกระทำได้ตั้งแต่เข้าสู่เดือนรอมฎอน โดยให้มัสยิดเป็นผู้รวบรวม และขอให้สัปปุรุษทุกคนร่วมมือในการมอบซะกาตฟิตร์และฟิดยะห์ดังกล่าวให้กับมัสยิด เพื่อนำไปช่วยเหลือครอบครัวที่เดือดร้อนในสถานการณ์ปัจจุบัน สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในเว็บไซต์คณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร www.islamicbangkok.or.th/ หรือเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย www.cicot.or.th ทั้งนี้เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ให้อยู่ในวงจำกัดต่อไป